บทความ | สาระประกันภัย

ไขข้อสงสัย ทําไมประกันสุขภาพต้องมีระยะรอคอย?

ไขข้อสงสัย ทําไมประกันสุขภาพต้องมีระยะรอคอย?
18/12/2023  สาระประกันภัย

ปกติแล้วการทำประกันในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ หรือประกันบ้าน สิ่งที่ทุกคนจะได้รับหลังจากจ่ายค่าเบี้ยไปแล้วก็คือ ความคุ้มครองแบบทันทีทันใด ทันใช้งาน โดยไม่ต้องรอนาน


แต่ประกันสุขภาพนั้นแตกต่างออกไป เพราะมีสิ่งที่เรียกว่า “ระยะรอคอย” ที่ทำให้ผู้ทำประกันจะยังไม่ได้รับความคุ้มครองในทันที แม้ว่าจะได้รับเล่มกรมธรรม์มาแล้ว ก็ยังต้องรอให้ถึงกำหนดเวลาก่อน ถึงจะใช้สิทธิ์เคลมได้

อ่านเพิ่มเติม: ซื้อประกันสุขภาพแบบไหน ถึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี

ที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ใครหลายคนมักจะพลาดเรื่องนี้ และทำให้ไม่สามารถเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ จากที่คาดหวังว่าจะพึ่งพาประกันในยามฉุกเฉิน ก็กลายเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่จ่ายค่าเบี้ยไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม: เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!

ดังนั้น ถ้าใครที่กำลังคิดจะทำประกันสุขภาพ แต่ไม่อยากพลาดในจุดสำคัญแบบนี้ SMILE INSURE อาสาพาคุณไปทำความรู้จักกับระยะรอคอยให้มากขึ้น เพื่อไขข้อสงสัย สร้างความเข้าใจ และช่วยให้คุณใช้สิทธิ์เบิกเคลมได้อย่างถูกต้อง

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


ระยะรอคอยของประกันสุขภาพคืออะไร?

ระยะรอคอย (Waiting period) หมายถึง ช่วงเวลาที่กำหนดให้ผู้ทำประกันสุขภาพ รอคอยบริษัทประกันอนุมัติความคุ้มครอง โดยตลอดระยะรอคอยนี้ ถ้าผู้ทำประกันเกิดการเจ็บป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุใดๆ ก็ตาม จะไม่สามารถเบิกเคลมค่ารักษาได้เลย

แต่ถ้าเลยช่วงระยะรอคอยไปแล้ว ผู้ทำประกันสุขภาพ จะสามารถใช้ทุกสิทธิ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ได้ตามปกติ 

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


ประกันสุขภาพมีระยะรอคอยนานแค่ไหน?

ระยะรอคอยของประกันสุขภาพ จะแตกต่างกันไปตามประเภทของประกัน เช่น ประกันสุขภาพทั่วไป ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง ฯลฯ ความรุนแรงของโรคที่คุ้มครอง ระยะฟักตัวของเชื้อก่อโรค รวมถึงข้อกำหนดของแต่ละบริษัท แต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30-120 วัน

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


ทำไมประกันสุขภาพต้องมีระยะคอย?

สำหรับเหตุผลที่ประกันสุขภาพต้องมีระยะรอคอย ก็เพื่อเป็นการตรวจสอบให้แน่ชัดว่า ผู้ทำประกันมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรคหรืออาการเจ็บป่วยใดๆ มาก่อนที่จะทำประกัน เพราะบางครั้งการตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าบุคคลนั้นๆ ร่างกายแข็งแรงจริงไหม? 

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


เช่น บางคนอาจเป็นโรคบางอย่างมาก่อนที่จะทำประกันสุขภาพ แต่ไม่รู้ตัวหรือตรวจไม่เจอ แล้วไปแสดงอาการหลังจากทำประกันเพียงไม่กี่วัน หรือบางคนอาจตั้งใจปกปิดปัญหาสุขภาพ เพื่อหวังค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม: ตรวจสุขภาพประจําปี ต้องตรวจโรคอะไรบ้าง?

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ ทำให้บริษัทประกันไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของประกันสุขภาพ ในเรื่องของการให้คุ้มครองอาการเจ็บป่วย และอุบัติเหตุฉุกเฉิน ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ดังนั้นบริษัทประกันจึงต้องมีระยะรอคอย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะคอยนี้ ถ้าบริษัทประกันตรวจพบว่าผู้ทำประกันสุขภาพ มีอาการป่วยมาตั้งแต่ก่อนทำประกัน ไม่ว่าจะด้วยการตั้งใจปกปิดอาการป่วย หรือไม่เคยรู้ว่าตัวเองป่วยมาก่อน บริษัทประกันจะยกเลิกกรมธรรม์ทันที

อ่านเพิ่มเติม: ปักหมุด 8 พิกัด เสริมดวงตลอดปี สุขภาพดี ไม่ป่วยง่าย

ส่วนกรณีที่ผู้ทำประกันสุขภาพเสียชีวิตในช่วงระยะเวลารอคอย และบริษัทประกันตรวจสอบประวัติแล้วว่าผู้ทำประกันไม่เคยมีอาการเจ็บป่วย หรือเป็นโรคร้ายแรงใดๆ มาก่อน บริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้รับผลประโยชน์*

*เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละกรมธรรม์


ข้อดีของการทำประกันสุขภาพ

ถึงแม้ประกันสุขภาพจะมีระยะรอคอย ที่อาจทำให้ใครบางคนอาจไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าไหร่นัก แต่ประกันสุขภาพก็มีข้อดีมากมาย ที่จะทำให้ผู้ทำประกันรู้สึกคุ้มค่า เช่น

  1. ประกันสุขภาพให้ความคุ้มครองชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ เพราะนอกจากจะคุ้มครองเรื่องปัญหาสุขภาพแล้ว ประกันประเภทนี้ยังให้ความคุ้มครองการบาดเจ็บจากอุบัติต่างๆ ด้วย

  2. ประกันสุขภาพช่วยให้ผู้ทำประกันเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา และได้รับบริการคุณภาพพรีเมียม เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า พาร์ทเนอร์ของบริษัทประกันส่วนใหญ่คือโรงพยาบาลเอกชน ที่มีพร้อมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ การบริการ และบุคลากร 

  3. ประกันสุขภาพช่วยให้ผู้ทำประกันวาวแผนการใช้เงินได้เป็นอย่างดี และมีเงินเก็บออม เพราะไม่ต้องนำเงินเก็บ หรือกู้เงินมาดูแลรักษาอาการเจ็บป่วย

  4. ประกันสุขภาพใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ประกันประเภทนี้เป็นประกันที่ลดหย่อนภาษีได้ และลดหย่อนได้มากพอสมควรด้วย ดังนี้

อ่านเพิ่มเติม: รู้ยัง? ประกันแบบไหนลดหย่อนภาษีคุ้มที่สุด!

ประกันสุขภาพตนเอง

ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้ตนเอง ใช้มูลค่าเบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท/ปี แต่ถ้าทำประกันสุขภาพควบคู่กับประกันชีวิตที่มีกำหนดตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามมูลค่าของเบี้ยประกันที่จ่ายไปตามจริง แต่มูลค่ารวมจะต้องไม่เกิน 100,000 บาท (สำหรับเบี้ยประกันที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไปเท่านั้น)

ประกันสุขภาพพ่อแม่

ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ ใช้มูลค่าเบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้ตามจริง ไม่เกิน 15,000 บาท/คน/ปี คือ ใช้สิทธิ์ลดหย่อนส่วนของพ่อได้ไม่เกิน 15,000 บาท และส่วนของแม่อีกไม่เกิน 15,000 บาท 

ถ้าพ่อแม่มีลูกหลายคน ลูกสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ทุกคน แต่ต้องเป็นลูกแท้ๆ ที่ผูกพันกันทางสายเลือดเท่านั้น และต้องคำนวณแบบหารเฉลี่ย 

ประกันสุขภาพคู่สมรส

ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้คู่สมรส (จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย) ถ้าคู่สมรสไม่มีรายได้ ก็สามารถนำมูลค่าเบี้ยประกันมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามจริง ไม่เกิน 15,000 บาท/ปี 

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE


สรุป ระยะรอคอย คือ ช่วงเวลาที่บริษัทประกันกำหนดให้ผู้ทำประกันรอคอยความคุ้มครอง เพื่อทำการตรวจสอบ และยืนยันสภาพร่างกายของผู้ทำประกัน โดยที่ผู้ทำประกันจะไม่สามารถเบิกเคลมค่ารักษาพยาบาลได้

เลือกให้ถูก ซื้อประกันสุขภาพตอนไหน? คุ้มที่สุด!| SMILE INSURE

แต่ถ้าผ่านระยะรอคอยไปแล้ว และบริษัทยืนยันได้ว่าผู้ทำประกันมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ผูู้ทำประกันก็สามารถเบิกเคลมได้ตามปกติ

แต่ถึงแม้ประกันสุขภาพจะมีระยะรอคอย ที่ทำให้คนทำประกันต้องรอกันสักระยะ แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่จะได้รับจากกรมธรรม์แล้ว ก็นับว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า เพราะความคุ้มครองต่างๆ มักจะสูงเกินค่าเบี้ยไปหลายเท่าตัว

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ