บทความ | สาระประกันภัย

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง??

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? 12/10/2021  สาระประกันภัย

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง??

เมื่อก่อน “ประกันภัยน้ำท่วมบ้าน” ดูเป็นเรื่องที่หลายครอบครัวไม่ได้สนใจมากนัก เพราะคิดว่าคงเกิดขึ้นได้ยาก เป็นเรื่องไกลตัว แต่พอปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายจังหวัดและสร้างความเสียหายไปไม่น้อย จนบางรายถึงกับต้องกู้หนี้ยืมสินมาซ่อมแซมบ้าน ประกันภัยประเภทนี้จึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อเป็นตัวช่วยบรรเทาทุกข์ในยามเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในปีนี้ที่มีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ

หากบ้านไหนที่มีประกันภัยน้ำท่วมอยู่แล้วและมีน้ำท่วมบ้านขึ้นมาจริง ๆ เชื่อว่าค่าเสียหายคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การเคลมประกันมากกว่าที่ดูแล้วจะน่าหนักใจ เพราะไม่ใช่เรื่องทั่วไปในกิจวัตรประจำวัน ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าต้องเคลมประกันน้ำท่วมบ้านยังไงให้ได้ความคุ้มครองที่รวดเร็วที่สุด

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? | Smile Insure

เก็บหลักฐาน

เมื่อน้ำท่วมบ้าน นอกจากการยกของขึ้นที่สูงแล้ว สิ่งสำคัญคือควรเก็บหลักฐานไว้ด้วย เพราะเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าน้ำจะท่วมขังอีกนานแค่ไหน และจะทิ้งร่องรอยอะไรไว้บ้าง ดังนั้นการจะไปติดต่อรับการช่วยเหลือจากใคร แม้จะเป็นสิทธิ์ที่เราควรได้ ก็ควรมีหลักฐานไว้อ้างอิงด้วย เช่น "รูปถ่ายหรือคลิปวิดีโอ เพื่อความน่าเชื่อถือของผู้แจ้งเรื่องเอง เพราะหากพูดปากเปล่าแล้วพอดีกับที่บ้านไม่ได้มีร่องรอยเสียหายมากนัก อาจโดนปฏิเสธการคุ้มครองได้"

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? | Smile Insure

ตรวจสอบกรมธรรม์

ประกันบ้านที่ครอบคลุมสถานการณ์น้ำท่วมบ้านมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ 

1. ประกันบ้านแบบครบวงจร

ประกันบ้านที่ครอบคลุมหลายสถานการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ อาทิ ภัยจากเหตุไฟไหม้ ภัยจากฟ้าผ่า ภัยจากระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากการโจรกรรม ภัยจากการรั่วไหลของน้ำ รวมถึงภัยภัยธรรมธรรมชาติ อย่างลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ และน้ำท่วมด้วย

2. ประกันอัคคีภัยพ่วงประกันน้ำท่วม

รู้หรือไม่ว่าประกันอัคคีภัยก็เคลมน้ำท่วมได้ แค่ซื้อแพ็กเกจเพิ่มเติม เพราะความต้องการของคนมีบ้านค่อนข้างหลากหลาย บางคนอาจสะดวกจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อความคุ้มครองที่ครอบคลุมในครั้งเดียว แต่บางคนอาจสะดวกที่จะเลือกการคุ้มครองเป็นบางอย่างมากกว่า ในปัจจุบันจึงมีแผนประกันภัยลักษณะนี้ให้เลือกใช้กันด้วย

 ดังนั้น ก่อนจะเคลมประกันน้ำท่วมบ้าน ผู้เอาประกันควรอ่านกรมธรรม์ในมือให้ละเอียดว่ามีเงื่อนไขในการคุ้มครองอย่างไร และครอบคลุมสถานการณ์ใดบ้าง เช่น ประกันจะคุ้มครองในกรณีที่พื้นที่นั้นถูกประกาศว่าเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเท่านั้น ประกันจะคุ้มครองภายในกี่วัน หรือวันสิ้นสุดการคุ้มครอง เป็นต้น เพื่อรักษาสิทธิ์ที่ตัวเองควรจะได้รับเวลาติดต่อตัวแทนประกัน หรือบริษัทประกันใด ๆ ก็ตาม เนื่องจากแต่ละกรมธรรม์ก็จะมีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามงบประมาณของผู้เอาประกัน 

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? | Smile Insure

ติดต่อบริษัทประกันภัย

ต่อมาให้รีบติดต่อบริษัทประกันภัยโดยเร็วที่สุดผ่านวิธีการต่าง ๆ ที่สะดวก เช่น ติดต่อผ่านตัวแทนประกันภัย ช่องทางออนไลน์ของบริษัท โทรศัพท์ หรือเข้าไปที่บริษัทโดยตรง เพื่อแจ้งเรื่องราวเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจอ และความต้องการเคลมประกันน้ำท่วม ซึ่งขั้นตอนนี้ทางฝ่ายที่ผู้เอาประกันติดต่อไปจะแนะนำเพิ่มเติมว่าควรเตรียมเอกสารใดมาประกอบการขอสินไหมทดแทนบ้าง ควรตั้งใจฟังและจดรายละเอียดให้ครบถ้วน จะได้ยื่นเรื่องครบจบในครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาแก้ไขหลายรอบ

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? | Smile Insure

เตรียมเอกสารให้พร้อม

ปัจจุบันการยื่นเอกสารประกอบการขอสินไหมทดแทน สามารถทำได้ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ แต่เอกสารที่ต้องเตรียมมักจะไม่ต่างกันมาก ดังนี้

  • หนังสือคำร้องขอสินไหมทดแทน ที่ระบุรายละเอียดความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
  • หลักฐานอ้างอิงเหตุการณ์ความเสียหาย
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • เอกสารอื่น ๆ ที่อาจขอเรียกขอเพิ่มเติม เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาเอกสารการแสดงความเป็นเจ้าของบ้าน เป็นต้น

น้ำท่วมบ้าน ต้องเคลมประกันยังไง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?? | Smile Insure

หากผู้เอาประกันทำครบทุกขั้นตอนตามนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่าการเคลมประกันน้ำท่วมบ้านครั้งไหน ๆ ก็จะได้เงินค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนแน่นอน แต่สำหรับบ้านไหนที่ยังไม่เคยทำประกันภัยน้ำท่วมมาก่อน จะเริ่มทำตอนนี้ก็ถือว่ายังไม่สายเกินไป ยังไงการเตรียมพร้อมไว้ก่อนก็อุ่นใจกว่า แม้สุดท้ายอาจจะไม่ได้เคลมก็ตาม

อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาก่อนแล้วค่อยทำ เพราะความเสียหายเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณและครอบครัวเปลี่ยนไปได้มากกว่าที่คิด และอาจไม่มีโอกาสได้แก้ไขในครั้งต่อไปอีกก็ได้

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ