บทความ | ประกันรถยนต์

ชาร์จรถ EV แล้วไฟกระชาก ประกันคุ้มครองไหม?

ชาร์จรถ EV แล้วไฟกระชาก ประกันคุ้มครองไหม?
01/10/2026  ประกันรถยนต์

ชาร์จรถ EV แล้วไฟกระชาก ประกันคุ้มครองไหม? 

คำตอบสั้น ๆ คือ “อาจคุ้มครอง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี” หากไฟฟ้าผิดปกติระหว่างชาร์จจนทำให้รถ EV เสียหาย บริษัทประกันจะพิจารณาจากทรัพย์สินที่เสียหาย สาเหตุของเหตุการณ์ และข้อความในกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้ายเป็นหลัก ความเสียหายต่อตัวรถอาจอยู่ในกรมธรรม์รถยนต์ EV ประเภท 1 หากเป็นภัยที่อยู่ในขอบเขตความคุ้มครอง แต่ Wall Charger ระบบไฟบ้าน หรือความเสียหายจากอุปกรณ์ชำรุดและการติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน อาจต้องพิจารณาประกันบ้าน การรับประกันสินค้า หรือความรับผิดของผู้ติดตั้งแยกกัน

การที่รถเสียหายระหว่างชาร์จ ไม่ได้หมายความว่าจะเคลมประกันรถได้ทุกกรณี เพราะคำว่าไฟกระชากที่ผู้ใช้เรียกกันอาจหมายถึงแรงดันเกินชั่วขณะ ไฟตกแล้วกลับมา กระแสเกิน ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์ชาร์จภายในเสียเอง ซึ่งแต่ละสาเหตุมีแนวทางพิจารณาความรับผิดไม่เหมือนกัน


“ไฟกระชาก” ตอนชาร์จรถ EV หมายถึงอะไร?

ในภาษาทั่วไป “ไฟกระชาก” มักถูกใช้เรียกความผิดปกติของไฟฟ้าหลายแบบ แต่ในการตรวจสอบเคลมต้องตรวจสอบสาเหตุจากหลักฐานและผลตรวจของผู้เชี่ยวชาญ เพราะความเสียหายที่เกิดจากเหตุภายนอกกับความเสียหายภายในตัวอุปกรณ์อาจได้รับการพิจารณาคนละทาง

แรงดันไฟฟ้าเกินชั่วขณะ

แรงดันสูงขึ้นในช่วงเวลาสั้นมาก อาจเกิดจากฟ้าผ่า การสับเปลี่ยนระบบไฟ หรือเหตุผิดปกติในระบบจ่ายไฟ อุปกรณ์ป้องกันของบ้าน Wall Charger และตัวรถควรทำงานร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากพลังงานเกินกว่าที่ระบบรองรับ อุปกรณ์บางส่วนอาจเสียหายได้

ไฟตกหรือไฟดับแล้วกลับมา

เมื่อแรงดันลดลงหรือไฟดับระหว่างชาร์จ ระบบชาร์จปกติควรหยุดทำงานอย่างปลอดภัย บางรุ่นอาจเริ่มชาร์จใหม่เองเมื่อไฟกลับมา หากหลังจากนั้นพบ error ไม่ได้แปลว่าไฟกระชากเสมอไป ต้องให้ช่างหรือศูนย์บริการอ่านรหัสความผิดปกติและตรวจระบบก่อน

กระแสเกิน ไฟฟ้าลัดวงจร หรือจุดต่อร้อน

สายไฟขนาดไม่เหมาะสม ขั้วต่อหลวม เต้ารับเสื่อม การเดินสายไม่แยกวงจร หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ตรงตามข้อกำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสูง ไฟอาร์ก หรือเบรกเกอร์ตัด กรณีนี้อาจเกี่ยวข้องกับการติดตั้งหรือการบำรุงรักษา ไม่ใช่เหตุจากระบบไฟภายนอกเพียงอย่างเดียว

ความขัดข้องภายในรถหรือ Wall Charger

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น On-board Charger, ชุดควบคุมการชาร์จ, สายชาร์จ หรือแผงวงจรใน Wall Charger อาจชำรุดเองตามข้อบกพร่องของสินค้า อายุการใช้งาน หรือการเสื่อมสภาพ หากเป็นข้อบกพร่องของสินค้า ควรตรวจสิทธิ์การรับประกันกับผู้ผลิต ส่วนการเสื่อมสภาพตามการใช้งานต้องพิจารณาเงื่อนไขแยกกัน ไม่ควรสรุปว่าการรับประกันสินค้าครอบคลุมด้วย ส่วนประกันภัยอาจมีข้อยกเว้นสำหรับความเสียหายจากการเสื่อมสภาพหรือความบกพร่องภายใน



ไฟกระชากขณะชาร์จรถ EV ควรทำอะไรก่อนเคลมประกัน?

ขั้นตอน
สิ่งที่ควรทำ
หยุดใช้และตรวจความเสียหาย
หยุดใช้งานอุปกรณ์ที่ผิดปกติ ตรวจว่ารถ เครื่องชาร์จ หรืออุปกรณ์ในบ้านเสียหาย และให้ช่างตรวจสอบก่อนใช้งานซ้ำ
เก็บหลักฐาน
ถ่ายภาพจุดเสียหาย รอยไหม้ และข้อความแจ้งเตือน พร้อมจดวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ
แจ้งบริษัทประกันโดยเร็ว
แจ้งรายละเอียดเหตุการณ์ ขอเลขรับแจ้งเคลม และสอบถามขั้นตอนก่อนรื้อซ่อมหรือทิ้งชิ้นส่วนที่เสียหาย
ตรวจความคุ้มครอง
รถ EV: ตรวจประกันรถยนต์
เครื่องชาร์จ: ตรวจความคุ้มครองเครื่องชาร์จหรือเอกสารแนบท้าย
บ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า: ตรวจประกันบ้าน
ตรวจวงเงินและข้อยกเว้นของแต่ละกรมธรรม์
เตรียมเอกสารประกอบการเคลม
เตรียมกรมธรรม์ ภาพความเสียหาย รายงานตรวจสอบสาเหตุจากช่างหรือศูนย์บริการ และใบเสนอราคาซ่อม ตามที่บริษัทประกันขอ 


กรณีใดมีโอกาสเคลมประกันรถ EV ได้?

หากรถเสียหายขณะชาร์จ ต้องตรวจสอบว่าเกิดจาก เหตุที่กรมธรรม์คุ้มครอง หรืออุปกรณ์ขัดข้องภายในรถ โดยแยกพิจารณาดังนี้

1. ความเสียหายต่อตัวรถเกิดจากเหตุภายนอกที่พิสูจน์ได้

ตัวอย่างเช่น มีหลักฐานว่าเกิดแรงดันผิดปกติหรือฟ้าผ่าในเวลาที่ชาร์จ และศูนย์บริการตรวจพบว่าความเสียหายต่ออุปกรณ์ในรถสอดคล้องกับเหตุนั้น หากกรมธรรม์ไม่ได้ยกเว้นเหตุหรือชิ้นส่วนดังกล่าว บริษัทประกันอาจรับพิจารณาตามความเสียหายต่อตัวรถ อย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยยังต้องแจ้งเหตุและเปิดโอกาสให้บริษัทตรวจสอบก่อนซ่อม

เหตุไฟไหม้หรือความเสียหายต่อเนื่องจากไฟฟ้าผิดปกติ

หากความผิดปกติของระบบไฟทำให้เกิดไฟไหม้จนตัวรถเสียหาย ประเด็นจะไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนไฟฟ้าเสีย แต่รวมถึงความเสียหายจากไฟด้วย บริษัทประกันจะตรวจจุดกำเนิดเพลิง สภาพการติดตั้ง และสาเหตุร่วม การมีรายงานจากเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญจะสำคัญมาก

อ่านเพิ่มเติม : รถ EV ไฟไหม้ ประกันคุ้มครองแค่ไหน เคลมแบตเตอรี่ได้หรือไม่ 

Wall Charger หรือสายชาร์จถูกระบุไว้ในความคุ้มครองเพิ่มเติม

ประกันบางแผนอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับเครื่องชาร์จส่วนบุคคลหรือสายชาร์จแบบพกพา ตามรายการที่ระบุในกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้าย แต่ต้องดูขอบเขต วงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก สถานที่ติดตั้ง และสาเหตุที่คุ้มครอง ไม่ควรตีความคำว่า “ประกัน EV” ว่ารวมอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้ชาร์จโดยอัตโนมัติ

อ่านเพิ่มเติม : Home Charger เสียหาย ประกันคุ้มครองหรือไม่? 


กรณีใดอาจไม่อยู่ในความคุ้มครองประกันรถ?

1. อุปกรณ์เสียเองหรือเสื่อมตามการใช้งาน

คือ อุปกรณ์ชำรุดจากการใช้งานหรืออายุของอุปกรณ์ เช่น แบตเตอรี่เสื่อม หรือวงจรภายในรถเสียเอง โดยไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุที่ประกันคุ้มครอง กรณีนี้โดยทั่วไปอยู่ในข้อยกเว้นของประกันรถ ควรตรวจสอบการรับประกันจากผู้ผลิตเพิ่มเติม

2. ดัดแปลงระบบไฟหรือใช้อุปกรณ์ไม่ตรงสเปก

คือ มีการเปลี่ยนสายไฟ ต่อวงจรเพิ่ม หรือใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิต หากสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของความเสียหาย อาจมีผลต่อการพิจารณาเคลม ต้องตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์และผลตรวจจากช่างประกอบกัน

3. ติดตั้งไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่มีหลักฐานการติดตั้ง

คือ การติดตั้งเครื่องชาร์จหรือระบบไฟไม่เหมาะสม เช่น ใช้สายไฟขนาดไม่เพียงพอ หรือไม่มีระบบป้องกันที่จำเป็น ส่วนหลักฐานการติดตั้ง เช่น ใบเสร็จและรายงานตรวจรับ ช่วยให้ตรวจสอบผู้ติดตั้งและรายละเอียดงานได้
การไม่มีเอกสารไม่ได้หมายความว่าเคลมไม่ได้ทันที แต่อาจทำให้ตรวจสอบสาเหตุและผู้รับผิดชอบได้ยากขึ้น

4. ซ่อมก่อนแจ้งเคลมหรือไม่เก็บชิ้นส่วนเสียหาย

คือ นำรถหรืออุปกรณ์ไปซ่อม เปลี่ยนอะไหล่ หรือทิ้งชิ้นส่วนก่อนบริษัทประกันตรวจสอบ ทำให้หลักฐานสาเหตุและความเสียหายอาจหายไป จึงควรแจ้งประกันโดยเร็ว และสอบถามก่อนรื้อซ่อมหรือทิ้งอะไหล่ กรมธรรม์กำหนดให้แจ้งเหตุโดยไม่ชักช้า แต่การซ่อมก่อนไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิเสธทุกกรณี



ประกันรถ ประกันบ้าน และการรับประกันสินค้า ต่างกันอย่างไร?

ช่องทาง
ดูแลเรื่องอะไร
ควรเช็คอะไรบ้าง
ประกันรถ EV
ความเสียหายที่เกิดกับตัวรถ
คุ้มครองเหตุอะไรบ้าง มีข้อยกเว้นหรือค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่
ความคุ้มครองเสริม EV
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น Wall Charger หรือสายชาร์จ
คุ้มครองอุปกรณ์ชิ้นใด วงเงินเท่าไร และคุ้มครองเฉพาะจุดติดตั้งหรือไม่
ประกันบ้าน
ความเสียหายต่อตัวบ้าน ระบบไฟ และทรัพย์สินภายใน
คุ้มครองไฟไหม้ ฟ้าผ่า ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายหรือไม่
Warranty รถหรือเครื่องชาร์จ
ความเสียหายจากตัวสินค้าหรืออุปกรณ์มีปัญหา
ระยะเวลารับประกัน เงื่อนไขการติดตั้ง และต้องเข้าศูนย์ที่กำหนดหรือไม่
ผู้ติดตั้งหรือผู้ให้บริการ
ความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งไม่ถูกต้อง
สัญญา ใบงาน มาตรฐานการติดตั้ง และผลการตรวจสอบ

หาก Wall Charger ขัดข้องจนบ้านหรือรถเสียหาย ควรแจ้งทั้งประกันรถ ประกันบ้าน และผู้ติดตั้ง พร้อมเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ ไม่ควรแจ้งเพียงฝ่ายเดียว

อ่านเพิ่มเติม : ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม

หากเกิดประกายไฟหรือกลิ่นไหม้ขณะชาร์จ ต้องทำอย่างไรทันที?

1. รักษาระยะและหยุดใช้งาน

อย่าจับหัวชาร์จ สาย หรือ Wall Charger หากมีความร้อนสูง ควัน ประกายไฟ น้ำท่วมขัง หรือเสียงผิดปกติ ให้พาคนออกจากบริเวณและห้ามผู้อื่นเข้าใกล้

2. ตัดไฟเฉพาะเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย

หากเข้าถึงอุปกรณ์ตัดวงจรได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้จุดที่มีประกายไฟ ควัน หรือน้ำ ให้ปิดวงจรตามคู่มือ หากไม่มั่นใจให้เรียกช่างไฟหรือเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน อย่าใช้น้ำกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กำลังมีไฟ

3. หากเกิดไฟไหม้ โทร 199 และแจ้งว่าเกี่ยวข้องกับรถ EV / เครื่องชาร์จ

ข้อมูลนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่เตรียมวิธีเข้าพื้นที่อย่างเหมาะสม หากมีผู้บาดเจ็บให้โทร 1669 การรักษาชีวิตและความปลอดภัยสำคัญกว่าการเก็บหลักฐาน

4. ห้ามชาร์จซ้ำหรือขับรถจนกว่าจะตรวจสอบ

แม้รถจะยังเปิดติด ไม่ควรทดลองเสียบหัวชาร์จอีกครั้งเพื่อดูว่า “หายหรือยัง” เพราะอาจทำให้ความเสียหายลุกลาม ให้ขอคำแนะนำจากศูนย์บริการและบริษัทประกัน หากต้องเคลื่อนย้ายรถควรใช้รถยกตามข้อแนะนำของผู้ผลิต


ขั้นตอนแจ้งเคลมไฟกระชากขณะชาร์จรถ EV

ขั้นที่ 1 บันทึกสภาพหน้างาน

ถ่ายภาพและวิดีโอตัวรถ ช่องชาร์จ หัวชาร์จ สาย Wall Charger ตู้ไฟ เบรกเกอร์ และร่องรอยความเสียหายจากระยะปลอดภัย บันทึกวัน เวลา สถานที่ เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนระบบหยุดทำงาน

ขั้นที่ 2 เก็บข้อมูลการชาร์จ

บันทึกหน้าจอแอปรถ แอปสถานีชาร์จ หรือ Wall Charger รวมถึง error code กำลังไฟ เวลาเริ่มและหยุดชาร์จ ใบเสร็จ และหมายเลขหัวชาร์จ หากเป็นสถานีสาธารณะให้แจ้งผู้ให้บริการและขอเลขรับเรื่อง

ขั้นที่ 3 แจ้งบริษัทประกันก่อนซ่อม

อธิบายตามข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ควรฟันธงเองว่าเป็นไฟกระชากหรือความผิดของสถานี ให้บริษัทประกันออกเลขเคลมหรือแจ้งขั้นตอนการสำรวจ พร้อมสอบถามว่าอนุญาตให้นำรถเข้าศูนย์ใดและต้องใช้รถยกหรือไม่

ขั้นที่ 4 ให้ศูนย์บริการและช่างไฟตรวจคนละระบบ

ศูนย์บริการรถยนต์ควรตรวจระบบชาร์จภายในรถ อ่านบันทึกข้อผิดพลาดของระบบ และประเมินชิ้นส่วนที่เสียหาย ส่วนช่างไฟที่มีความรู้ด้าน EV Charger ควรตรวจตู้ไฟ สาย วงจรป้องกัน ระบบสายดิน และ Wall Charger การตรวจแยกกันช่วยหาว่าต้นเหตุอยู่ฝั่งใด

ขั้นที่ 5 ขอรายงานสาเหตุเป็นลายลักษณ์อักษร

รายงานควรระบุอาการ ผลตรวจ ชิ้นส่วนเสียหาย สาเหตุที่เป็นไปได้ และความเห็นว่าความเสียหายเกิดจากเหตุภายนอกหรือ defect ภายใน หากยังสรุปไม่ได้ ให้ระบุว่ายังต้องตรวจเพิ่มเติมแทนการเดา

ขั้นที่ 6 เก็บชิ้นส่วนและเอกสารค่าใช้จ่าย

อย่าให้ทิ้งชิ้นส่วนเก่าจนกว่าบริษัทประกันหรือผู้รับประกันสินค้าจะยืนยันว่าไม่ต้องตรวจ เก็บใบเสนอราคา ใบงาน ใบเสร็จ ค่ารถยก และการสนทนากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด


อ่านเพิ่มเติม : ค่าเปลี่ยนแบตรถ EV แพงแค่ไหน? ประกันคุ้มครองและช่วยจ่ายอย่างไร 

Checklist หลักฐานที่ควรเตรียมก่อนแจ้งเคลม

  • สำเนากรมธรรม์ ตารางกรมธรรม์ และเอกสารแนบท้าย
  • ภาพ/วิดีโอหน้างานก่อนเคลื่อนย้ายหรือซ่อม
  • เวลาและสถานที่เกิดเหตุ
  • ประวัติการชาร์จจากรถหรือแอป
  • Error code หรือรายงานวิเคราะห์จากศูนย์บริการ
  • รายงานตรวจระบบไฟและ Wall Charger
  • ใบติดตั้ง ใบรับประกัน เลขเครื่อง และข้อมูลผู้ติดตั้ง
  • ใบเสร็จสถานีชาร์จและหมายเลขหัวชาร์จ หากเกิดที่สถานีสาธารณะ
  • หลักฐานแจ้งเหตุไฟฟ้าผิดปกติจากการไฟฟ้า หากมี
  • ใบเสนอราคา ค่ารถยก และรายการชิ้นส่วน


ตัวอย่างสถานการณ์และแนวทางพิจารณา

เคส A รถขึ้น error หลังไฟดับแล้วกลับมา

เจ้าของรถควรหยุดชาร์จ เก็บ log และให้ศูนย์อ่านรหัสก่อน หากเพียงระบบป้องกันตัดและไม่มีชิ้นส่วนเสีย อาจไม่เกิดความเสียหายให้เคลม หากพบ On-board Charger เสีย ต้องตรวจต่อว่ามาจากแรงดันภายนอกหรือ defect ของอุปกรณ์ แล้วเลือกประกันรถหรือ warranty ให้ตรง

เคส B Wall Charger มีประกายไฟและแผงวงจรไหม้

ให้ตัดไฟอย่างปลอดภัยและแจ้งผู้ติดตั้ง/ผู้จำหน่าย ตรวจว่ามีความคุ้มครอง Wall Charger ในเอกสารแนบท้ายประกันรถหรือไม่ หากไม่มีก็ตรวจประกันบ้านและ warranty พร้อมให้ช่างหาสาเหตุเรื่องจุดต่อ สายไฟ และอุปกรณ์ป้องกัน

เคส C เกิดที่สถานีชาร์จสาธารณะ

ถ่ายหมายเลขหัวชาร์จและหน้าจอ error เก็บใบเสร็จและประวัติในแอป แจ้งผู้ให้บริการสถานีและบริษัทประกันรถทันที อย่าถอดสายด้วยกำลังหากหัวชาร์จล็อกหรือร้อน ให้ผู้ให้บริการแนะนำวิธีหยุดระบบและเก็บข้อมูลการจ่ายไฟของหัวชาร์จไว้ตรวจสอบ

เคส D ไฟฟ้าลัดวงจรทำให้รถ Wall Charger และผนังบ้านเสียหาย

ควรแจ้งทั้งประกันรถและประกันบ้านตั้งแต่ต้น เพื่อให้สำรวจความเสียหายคนละส่วน และแจ้งผู้ติดตั้ง/ผู้ผลิตเพื่อสงวนสิทธิ์เรียกร้อง หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากผู้รับผิดรายอื่น บริษัทประกันอาจดำเนินการตามสิทธิ์ของตนต่อไป


วิธีลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ

ให้ผู้มีความรู้ตรวจโหลดและวงจรเฉพาะสำหรับ EV Charger

กำลังไฟของเครื่องชาร์จต้องเหมาะกับระบบไฟบ้านและ On-board Charger ของรถ ไม่ควรดูเฉพาะว่าเครื่องชาร์จรองรับกี่กิโลวัตต์ ควรตรวจขนาดมิเตอร์ สายเมน สายดิน เบรกเกอร์ อุปกรณ์ป้องกันไฟดูด และอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกินตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ใช้อุปกรณ์ตามคู่มือผู้ผลิต

หลีกเลี่ยงปลั๊กพ่วง อะแดปเตอร์ หรือสายต่อที่ผู้ผลิตไม่อนุญาต ตรวจหัวชาร์จและสายเป็นระยะ หากพบรอยไหม้ ขั้วหลวม ฉนวนแตก หรือความร้อนผิดปกติให้หยุดใช้ทันที

เก็บเอกสารตั้งแต่วันติดตั้ง

ควรเก็บใบรับประกัน ใบงานติดตั้ง แบบวงจร รูปถ่ายหลังติดตั้ง เลขเครื่อง และข้อมูลผู้ติดตั้งไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน เมื่อเกิดเหตุจะช่วยลดเวลาในการตามเอกสารและระบุผู้รับผิดชอบ

ตรวจความคุ้มครองก่อนต่อประกันทุกปี

ถามให้ชัดว่า Wall Charger และสายชาร์จมีความคุ้มครองหรือไม่ วงเงินเท่าไร ครอบคลุมเฉพาะอุบัติเหตุหรือรวมไฟฟ้าผิดปกติหรือไม่ ต้องติดตั้งที่ที่อยู่ตามกรมธรรม์หรือไม่ และมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือเงื่อนไขช่างติดตั้งหรือไม่


คำถามที่พบบ่อย

ไฟกระชากทำให้แบตเตอรี่แรงดันสูงเสีย เคลมได้ไหม?

อาจเคลมได้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความเสียหายจากภัยที่กรมธรรม์คุ้มครองและไม่มีข้อยกเว้นที่ใช้กับเหตุการณ์นั้น แต่ต้องแยกจากการเสื่อมตามอายุหรือ defect ภายใน ศูนย์บริการควรตรวจระบบและออกผลวิเคราะห์ก่อน

Wall Charger แถมมากับรถ แปลว่าอยู่ในประกันรถเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป แม้ Wall Charger จะแถมมากับรถ ก็ไม่ได้หมายความว่าประกันรถจะคุ้มครองด้วย ควรเช็คว่ากรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้ายระบุความคุ้มครองเครื่องชาร์จไว้หรือไม่

ถ้าไฟกระชากจากฟ้าผ่า ประกันรถคุ้มครองไหม?

ต้องดูว่าความเสียหายเกิดกับตัวรถหรือทรัพย์สินใด และกรมธรรม์ครอบคลุมอย่างไร หากบ้านและเครื่องชาร์จเสียด้วยควรแจ้งประกันบ้านพร้อมกัน

บริษัทประกันขอรายงานจากการไฟฟ้า ต้องทำอย่างไร?

ติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อสอบถามว่ามีเหตุขัดข้องในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ พร้อมเก็บเลขรับเรื่อง แต่การไม่มีรายงานไม่ได้สรุปอัตโนมัติว่าเหตุไม่เกิด เพราะสาเหตุอาจอยู่ในระบบไฟหลังมิเตอร์หรืออุปกรณ์ภายในบ้าน

รถยังขับได้หลังเกิดเหตุ ควรขับไปศูนย์เองไหม?

หากมีข้อความเตือนระบบแรงดันสูง กลิ่นไหม้ ความร้อน ควัน หรือช่องชาร์จเสียหาย ไม่แนะนำให้ขับรถไปศูนย์เอง ควรติดต่อบริษัทประกันและใช้บริการรถยก เพราะการฝืนขับอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น และอาจกระทบต่อการพิจารณาเคลมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ได้ครับ

หากติดตั้ง Wall Charger ไม่ถูกต้อง ประกันคุ้มครองไหม?

หากความเสียหายเกิดจากการติดตั้งที่ผิดวิธีหรือไม่ได้มาตรฐาน บริษัทประกันอาจปฏิเสธความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงควรแจ้งบริษัทประกันก่อนให้ช่างรื้อหรือแก้ไข และเก็บหลักฐานไว้ให้ครบถ้วน 

ประกันชั้น 2+ หรือ 3+ คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถจากไฟกระชากไหม?

โดยทั่วไป ประกันชั้น 2+ และ 3+ เน้นคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุรถชนกับยานพาหนะทางบก จึงมักไม่คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถที่เกิดจากไฟกระชากระหว่างชาร์จ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละแผนอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : รถ EV ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นไหม เลือกประกันแบบไหนดีให้คุ้มที่สุด 

แจ้งเคลมกับใครก่อน ระหว่างประกันรถกับประกันบ้าน?

ถ้าเสียหายมากกว่าหนึ่งส่วน ให้แจ้งทั้งสองบริษัทโดยเร็วและบอกว่ามีอีกบริษัทเกี่ยวข้อง เพื่อให้จัดการสำรวจโดยไม่ทำลายหลักฐาน ส่วนการแบ่งความรับผิดให้บริษัทและผู้เชี่ยวชาญพิจารณาจากข้อเท็จจริง


สรุป : ชาร์จรถ EV แล้วไฟกระชาก ประกันคุ้มครองไหม?

ชาร์จรถ EV แล้วไฟกระชาก “อาจเคลมได้” แต่คำตอบขึ้นกับว่าตัวรถ Wall Charger ระบบไฟบ้าน หรืออุปกรณ์ส่วนใดเสีย และสาเหตุที่แท้จริงคือเหตุภายนอก การติดตั้ง หรือความบกพร่องของสินค้า ผู้ใช้ควรหยุดชาร์จ รักษาความปลอดภัย เก็บหลักฐาน แจ้งบริษัทประกันก่อนซ่อม และให้ศูนย์บริการกับช่างไฟตรวจแยกระบบ

ก่อนซื้อหรือต่อประกัน EV ควรตรวจความคุ้มครอง Wall Charger สายชาร์จ ความเสียหายต่อตัวรถจากเหตุไฟฟ้า บริการรถยก และข้อยกเว้นให้ครบ เพราะชื่อแผนคล้ายกันแต่รายละเอียดและวงเงินอาจต่างกัน

สอบถามเบี้ยประกัน

ข้อมูลรถ


ข้อมูลประกันภัย


ข้อมูลการติดต่อ

*กรณีเร่งด่วน กรุณาติดต่อทาง
@SmileInsure  หรือ  02-233-9999
อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ