บทความ | ประกันรถยนต์

รถ EV ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นไหม เลือกประกันแบบไหนดีให้คุ้มที่สุด

รถ EV ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นไหม เลือกประกันแบบไหนดีให้คุ้มที่สุด
16/06/2026  ประกันรถยนต์

รถ EV ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นไหม ประกันแบบไหนเหมาะ?

รถ EV ไม่จำเป็นต้องซ่อมศูนย์เสมอไป แต่ถ้าเป็นการซ่อมที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ ระบบไฟฟ้า เซนเซอร์ หรือซอฟต์แวร์ ควรเลือกซ่อมศูนย์หรืออู่ที่ได้รับการรับรอง เพราะมีเครื่องมือและช่างเฉพาะทางมากกว่า 

สำหรับประกันรถ EV โดยทั่วไป รถใหม่ รถราคาแพง หรือรถที่ยังอยู่ในประกันจากผู้ผลิต ควรเลือก ประกันชั้น 1 แบบซ่อมศูนย์ มากที่สุด



รถ EV ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นไหม?

คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับประเภทความเสียหายและเงื่อนไขกรมธรรม์

ถ้าเป็นงานทั่วไป เช่น กันชน สี ตัวถัง กระจก หรือรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อย บางกรณีอู่ในเครือที่มีความพร้อมสามารถซ่อมได้ แต่ถ้าเป็นความเสียหายที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบชาร์จ ระบบควบคุมไฟฟ้า เซนเซอร์ ADAS หรือซอฟต์แวร์ ควรซ่อมกับศูนย์บริการหรืออู่ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิต/บริษัทประกัน

ในเอกสารกรมธรรม์ EV มีการระบุว่าความเสียหายจากการซ่อมหรือดัดแปลงสภาพแบตเตอรี่จะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อ การซ่อมดำเนินการโดยช่างของผู้ผลิต ศูนย์จำหน่าย หรือช่างที่ได้รับการรับรอง/ยินยอมจากบริษัทประกัน ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ใช้รถ EV ต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานผู้ซ่อมมากกว่ารถน้ำมันทั่วไป


ซ่อมศูนย์กับซ่อมอู่สำหรับรถ EV ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ
ซ่อมศูนย์
ซ่อมอู่
  ความเหมาะสม  รถใหม่ รถ EV ราคาแพง รถที่ยังอยู่ในระยะรับประกันจากศูนย์บริการ  รถที่ใช้งานมาหลายปี หรือ  ผู้ที่ต้องการลดประหยัดค่าเบี้ยประกัน
  ความเชี่ยวชาญในการซ่อม EV  สูงกว่า โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและซอฟต์แวร์  ขึ้นอยู่กับอู่นั้นๆ ว่ามีเครื่องมือรองรับรถ EV หรือไม่
  การใช้อะไหล่  มักใช้อะไหล่แท้ตามมาตรฐานแบรนด์  ต้องเช็คว่าใช้อะไหล่แบบใด
  ค่าเบี้ยประกัน  มีราคาสูงกว่า  มักถูกกว่า
  ความสบายใจ  เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเสี่ยงเรื่องมาตรฐานงานซ่อม  เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ และมีเวลาเช็คประวัติอู่ละเอียด
  ระยะเวลาซ่อม  อาจรอคิวนานในบางรุ่น  บางงานอาจเสร็จเร็วกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับอู่และการเบิกอะไหล่



ประกันแบบไหนเหมาะกับรถ EV?

1. รถ EV ออกใหม่ป้ายแดง อายุ 1-5 ปี

แนะนำ ประกันชั้น 1 ซ่อมศูนย์

เหมาะที่สุดสำหรับรถอายุ 1- 5 ปี (ศูนย์บริการส่วนใหญ่มักรับซ่อมรถอายุไม่เกิน 5 ปี) เนื่องจากรถยังมีมูลค่าสูง ระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อน และหลายรุ่นยังอยู่ในประกันจากผู้ผลิต การเลือกซ่อมศูนย์ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมาตรฐานการซ่อม โดยเฉพาะกรณีที่มีผลต่อแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ หรือระบบความปลอดภัย

2. รถ EV อายุเกิน 5 ปี

แนะนำ ประกันชั้น 1 ซ่อมอู่ หรือ ประกันชั้น2+ ตามมูลค่ารถและพฤติกรรมการขับ

ถ้ารถยังมีมูลค่าสูง ใช้งานทุกวัน หรือกังวลเรื่องอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี ประกันรถ ชั้น 1 ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าใช้งานน้อย จอดในที่ปลอดภัย และต้องการประหยัดงบ อาจพิจารณา ประกันรถชั้น 2+ แทน ทั้งนี้ต้องเช็คเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่และทุนประกันให้ละเอียดก่อนตัดสินใจ


เงื่อนไขแบตเตอรี่ EV ที่ต้องดูในกรมธรรม์

แบตเตอรี่คือจุดสำคัญที่สุดของประกันรถ EV เพราะมีราคาสูงและมีเงื่อนไขเฉพาะ โดยในคำสั่งนายทะเบียนเกี่ยวกับกรมธรรม์รถยนต์ไฟฟ้า มีตารางอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งชุดตามอายุการใช้งาน ดังนี้  (OIC Service)

อายุการใช้งานแบตเตอรี่
อัตราชดใช้โดยประมาณ
  ไม่เกิน 1 ปี  100%
  เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี  90%
  เกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี  80%
  เกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี  70%
  เกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี  60%
  เกิน 5 ปี ขค้นไป  50%

หมายเหตุ: เงื่อนไขความคุ้มครองอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ แผนประกัน บริษัทประกัน รุ่นรถ และข้อยกเว้นของแต่ละบริษัท ควรอ่านเอกสารแนบท้ายก่อนทำประกันภัย



Checklist ก่อนเลือกประกันรถ EV

ก่อนซื้อประกันรถ EV ควรถาม 8 ข้อนี้:

  1. แผนนี้เป็นซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

  2. ถ้าเป็นซ่อมอู่ อู่ในเครือซ่อม EV รุ่นของเราได้จริงไหม

  3. คุ้มครองแบตเตอรี่หรือไม่ และชดใช้ตามอายุแบตเตอรี่อย่างไร

  4. คุ้มครองระบบชาร์จ มอเตอร์ และสายชาร์จหรือไม่

  5. Home Charger รวมอยู่ในความคุ้มครองหรือเป็นส่วนเสริม

  6. มีรถใช้ระหว่างซ่อมหรือไม่

  7. ทุนประกันเหมาะกับมูลค่ารถปัจจุบันหรือไม่

  8. มีข้อยกเว้นเรื่องการดัดแปลงรถ ซ่อมนอกมาตรฐาน หรือน้ำท่วมหรือไม่



ตัวอย่างเคสเลือกประกัน EV

เคสที่ 1: รถ EV ใหม่ ราคา 1.2 ล้านบาท ใช้ทุกวัน 

ควรเลือก ชั้น 1 ซ่อมศูนย์ เพราะรถยังมีมูลค่าสูงและมีระบบไฟฟ้าซับซ้อน ถ้าเกิดอุบัติเหตุที่กระทบระบบแบตเตอรี่หรือเซนเซอร์ การซ่อมกับศูนย์ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมาตรฐานงานซ่อม

เคสที่ 2: รถ EV อายุ 4 ปี ต้องการประหยัดเบี้ย

เลือกได้ระหว่าง ชั้น 1 ซ่อมอู่  ที่ได้รับการรองรับ (EV-certified)  หรือ ชั้น 1 ซ่อมศูนย์แบบเบี้ยเหมาะสม โดยควรเทียบทุนประกันและรายชื่ออู่ในเครือก่อน 

เคสที่ 3: ใช้รถน้อย ขับในเมือง ระยะทางไม่มาก

อาจพิจารณา ประกันรถ ชั้น 2+ ถ้าต้องการลดค่าเบี้ย แต่ต้องเข้าใจว่า ประกันรถ ชั้น 2+ ไม่ครอบคลุมเท่าชั้น 1 โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี จึงเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้มากกว่า


ข้อผิดพลาดที่คนมักเจอเวลาซื้อประกันรถ EV

1. ดูแค่เบี้ยถูกที่สุด

เบี้ยที่ถูกมากอาจต้องแลกมาด้วยทุนประกันที่ต่ำเกินจริง ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดในการเลือกศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อมหรือถูกตัดความคุ้มครองเสริมที่จำเป็นออกไป

2. ไม่ถามว่าอู่ซ่อม EV รุ่นนี้ได้ไหม

ไม่ได้แปลว่าอู่ทุกแห่งจะรับซ่อม EV ได้เสมอไป ควรถามชื่ออู่, พื้นที่ให้บริการ, และประสบการณ์ในการซ่อมรถรุ่นเดียวกันให้แน่ชัด

3. ไม่อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่ 

หลายคนเข้าใจผิดว่าแบตเตอรี่เคลมได้ 100% เสมอ แต่จริงๆ แล้วแบตเตอรี่มีการคิดอัตราการชดใช้ลดหลั่นตามอายุการใช้งาน จึงต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขการรับประกันก่อนเสมอ  (OIC Service)

4. คิดว่าซ่อมกับอู่ที่ไม่มีการรับรองไม่มีผลอะไร

หากงานซ่อมมีความเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูง การนำรถไปซ่อมกับช่างที่ไม่ได้รับการรับรอง อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย, ทำให้การรับประกันจากผู้ผลิตสิ้นสุดลง, และอาจผิดเงื่อนไขการเคลมประกันด้วย



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถ EV ซ่อมศูนย์และประกัน

1. รถ EV จำเป็นต้องซื้อประกันชั้น 1 ไหม?

ไม่จำเป็นตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ "ขอแนะนำ" ให้ทำประกันชั้น 1 สำหรับรถ EV โดยเฉพาะรถใหม่ หรือรถที่มีมูลค่าสูง เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า ทั้งซ่อมรถเรา, รถคู่กรณี, ไฟไหม้, รถสูญหาย, รวมถึงอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีด้วย

2. ประกัน EV ซ่อมอู่ได้ไหม?

ได้ค่ะ หากกรมธรรม์ระบุเงื่อนไขเป็นแบบซ่อมอู่ และอู่นั้นมีความพร้อมในการรับซ่อม EV แต่ควรตรวจสอบอย่างรอบคอบว่า อู่นั้นได้รับการรับรองมาตราฐานไหม มีเครื่องมือรองรับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง และเคยซ่อมรถยี่ห้อ/รุ่นของคุณจริงหรือไม่

3. ถ้าแบตเตอรี่เสีย ประกันจ่ายเต็มไหม?

ไม่เสมอไป การชดใช้แบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสาเหตุความเสียหาย อายุแบตเตอรี่ ทุนประกัน และเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยมีตารางอัตราชดใช้ตามอายุการใช้งานแบตเตอรี่ในเอกสารกรมธรรม์ EV (OIC Service)

4. รถ EV เก่าเกิน 5 ปี ยังควรซ่อมศูนย์ไหม?

ถ้าเป็นงานระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ หรือมอเตอร์ ยังควรใช้ศูนย์หรืออู่ที่ได้รับการรับรอง แต่ถ้าเป็นงานตัวถังทั่วไป อู่ที่มีมาตรฐานและอยู่ในเครือประกันอาจเพียงพอ

5. ประกันรถ ชั้น 2+ เหมาะกับรถ EV ไหม?

เหมาะกับบางกรณี เช่น รถอายุหลายปี ใช้งานน้อย และเจ้าของรถต้องการลดค่าเบี้ย แต่ถ้ากังวลเรื่องอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณีหรือมูลค่ารถยังสูง ประกันรถ ชั้น 1 จะเหมาะกว่า


สรุป รถ EV ควรเลือกประกันแบบไหน?

หากต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและอุ่นใจที่สุด รถ EV ควรเลือกประกันชั้น 1 ซ่อมศูนย์ โดยเฉพาะรถใหม่ รถราคาแพง หรือรถที่ยังอยู่ในระยะประกันจากผู้ผลิต เพราะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมาตรฐานการซ่อมระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์

แต่ถ้ารถมีอายุหลายปีและต้องการลดค่าเบี้ย สามารถพิจารณาทำประกันรถ ชั้น 2+ หรือเลือกทำประกันแผนซ่อมได้ โดยต้องเช็คให้ชัดว่าอู่รองรับรถ EV จริง และกรมธรรม์มีเงื่อนไขแบตเตอรี่เหมาะสมกับมูลค่ารถ

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @smileinsure  โทรสอบถาม: 02-233-9999 (เวลาทำการ 09.00 - 18.00 น.)


อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ