บทความ | ประกันรถยนต์

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม
11/06/2026  ประกันรถยนต์

ค่า Excess / Deductible ของประกัน EV คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

ค่า Excess และ Deductible คือ “ค่าเสียหายส่วนแรก” ที่เจ้าของรถต้องจ่ายเองบางส่วนเมื่อมีการเคลมประกันรถ EV แต่สองคำนี้ไม่เหมือนกัน โดย Excess มักเกิดจากเงื่อนไขการเคลม เช่น ไม่มีคู่กรณีหรือระบุคู่กรณี สถานที่เกิดเหตุ ไม่ได้  ส่วน Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจที่เลือกไว้เพื่อช่วยลดเบี้ยประกัน

สำหรับรถ EV ควรดูค่า Excess / Deductible ให้ละเอียด เพราะค่าซ่อมรถไฟฟ้า อะไหล่ ระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่ มักมีมูลค่าสูงกว่ารถน้ำมันในหลายกรณี

ค่า Excess คืออะไร?

Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องร่วมรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยมักเกิดขึ้นเมื่อเคลมความเสียหายที่ไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ชัดเจน เช่น รถถูกขูด หินกระเด็นใส่ หรือเคลมสีรอบคันแบบไม่ทราบสาเหตุ

ตัวอย่างกรณีที่รถ EV อาจมีค่า Excess

  • รถ EV ถูกขูดรอบคัน แต่ไม่รู้ว่าใครทำ

  • กันชนมีรอย แต่ไม่มีหลักฐานหรือคู่กรณี

  • เคลมรอยเล็กหลายจุดแบบไม่สามารถระบุเหตุการณ์ได้

  • มีความเสียหายจากเหตุที่ไม่ชัดว่าเกิดจากอุบัติเหตุใด

สำหรับประกันรถ EV ค่า Excess จึงสำคัญมาก เพราะแม้เป็นประกันชั้น 1 ก็ไม่ได้แปลว่า “เคลมทุกอย่างฟรี 100%” ทุกกรณี

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลมอ่านเพิ่มเติมhttps://smileinsure.co.th/blogs/car/how-to-choose-best-ev-first-class-insurance 

ค่า Deductible คืออะไร?

Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ ผู้เอาประกันเลือกไว้ตั้งแต่ตอนซื้อประกัน โดยยอมจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเองบางส่วนเมื่อเกิดเคลม เพื่อแลกกับเบี้ยประกันที่ถูกลง (tokiomarine product)

ตัวอย่างเช่น ถ้าเลือก Deductible 3,000 บาท และเกิดอุบัติเหตุที่เข้าเงื่อนไขต้องรับผิดชอบเองก่อน ผู้เอาประกันจะจ่าย 3,000 บาทแรก ส่วนที่เกินจากนั้นบริษัทประกันจึงรับผิดชอบตามทุนประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์


Deductible เหมาะกับใคร?

Deductible เหมาะกับผู้ที่ขับรถระมัดระวัง ใช้รถไม่บ่อย มีประวัติการเคลมน้อย และต้องการลดค่าเบี้ยประกันรายปี แต่ถ้าใช้รถ EV ทุกวัน จอดในพื้นที่เสี่ยง หรือกังวลเรื่องค่าซ่อมสูง อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม

อ่านเพิ่มเติม : https://smileinsure.co.th/blogs/car/ev-insurance-renewal-checklist-before-payment 

Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบ
Excess
Deductible
  ความหมาย  ค่าเสียหายส่วนแรกที่เกิดจากเงื่อนไขการเคลมที่ระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือ ไม่มีคู่กรณี  ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจที่เลือกไว้ตอนซื้อประกัน
  จุดประสงค์  ป้องกันการเคลมเล็กน้อยหรือเคลมที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน  ช่วยลดเบี้ยประกัน
  เลือกเองได้ไหม  โดยทั่วไปเป็นเงื่อนไขตามกรมธรรม์  เลือกได้ตามแผนประกัน
  จ่ายเมื่อไหร่  เมื่อเคลมเข้าเงื่อนไข เช่น ไม่มีคู่กรณี  เมื่อเกิดเคลมที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข Deductible
  เหมาะกับใคร  ผู้ขับขี่ทุกคน เนื่องจากเป็นข้อบังคับตามมาตรฐานประกันรถยนต์  เหมาะกับคนขับดี เคลมน้อย ต้องการลดเบี้ย
  เกี่ยวกับรถ EV อย่างไร  อาจเจอบ่อยในกรณีรอยขูด รอยเฉี่ยว ไม่มีคู่กรณี  ต้องดูว่าครอบคลุมตัวรถ แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า หรือไม่


ทำไมเจ้าของรถ EV ต้องสนใจค่า Excess / Deductible มากกว่าปกติ?

รถ EV มีชิ้นส่วนเฉพาะ เช่น แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ไฟฟ้า กล่องควบคุม ระบบชาร์จ และเซนเซอร์จำนวนมาก การซ่อมบางรายการอาจต้องเข้าศูนย์หรือใช้อะไหล่เฉพาะรุ่น ดังนั้นค่าเสียหายส่วนแรกที่ดูเหมือนเล็ก อาจมีผลต่อภาระค่าใช้จ่ายจริงตอนเคลม


จุดที่ควรถามก่อนซื้อประกัน EV

  • มี Deductible ต่อครั้งหรือไม่
  • Excess คิดกรณีไหนบ้าง
  • ความเสียหายแบตเตอรี่มีค่าเสียหายส่วนแรกแยกหรือไม่
  • เคลมระบบไฟฟ้า มอเตอร์ หรือกล่องควบคุม มีเงื่อนไขพิเศษไหม
  • Home Charger รวมอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่
  • ต้องซ่อมศูนย์เท่านั้นหรือเลือกซ่อมอู่ได้
  • น้ำท่วม ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี คิดค่าเสียหายส่วนแรกอย่างไร

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม


ตัวอย่างสถานการณ์เคลมประกัน EV

กรณีที่ 1: รถ EV ถูกขูดในห้าง แต่ไม่รู้คู่กรณี 

หากไม่มีหลักฐานจากกล้องหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ การเคลมอาจเข้าเงื่อนไขที่ต้องจ่าย Excess เฉพาะในประกันรถ ชั้น 1 หากเป็นประกันประเภทอื่น ต้องจ่ายค่าเสียหายเอง

กรณีที่ 2: เลือก Deductible 5,000 บาท เพื่อลดเบี้ย

หากเกิดอุบัติเหตุที่ต้องซ่อม 40,000 บาท และเข้าเงื่อนไข Deductible เจ้าของรถอาจต้องจ่าย 5,000 บาทแรก ส่วนที่เหลือบริษัทประกันรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์

กรณีที่ 3: รถ EV ชนมีคู่กรณีชัดเจน

หากมีคู่กรณีชัดเจน มีหลักฐาน และสามารถระบุฝ่ายผิดได้ จะไม่เสีย Excess โดยไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม แต่ถ้ากรณี Deductible จะต้องเสียก็ต่อเมื่อเป็นฝ่ายผิด หรือ ไม่มีคู่กรณีก็ตาม


ข้อดี ข้อเสียของการเลือก Deductible ในประกัน EV

ประเด็นข้อดีข้อควรระวัง
  ค่าเบี้ยประกัน
  ช่วยลดค่าเบี้ยประกันรายปี
  ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเมื่อเคลม
  การใช้งาน
  เหมาะกับผู้ที่ขับรถระมัดระวังและมีประวัติเคลมน้อย
  อาจไม่คุ้มสำหรับผู้ที่ใช้รถหนักหรือเคลมบ่อย
  ภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุ
  ค่าเบี้ยถูกลง แลกกับการรับความเสี่ยงบางส่วนเอง
  ต้องมีเงินสำรองพร้อมจ่ายค่า Deductible ทุกครั้งที่เข้าเงื่อนไข
  ความคุ้มค่า
  คุ้มค่าหากไม่มีการเคลมหรือเคลมน้อย
  อาจจ่ายรวมมากกว่าหากเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง


1. ดูพฤติกรรมการใช้รถ

ถ้าใช้รถ EV ทุกวัน ขับในเมือง จอดห้าง จอดคอนโด หรือจอดริมถนนบ่อย โอกาสเกิดรอยเฉี่ยวขูดมีมากกว่า จึงควรระวังแผนที่มี Deductible สูง

2. เช็คประวัติการเคลมของตัวเอง

ถ้าใน 2–3 ปีที่ผ่านมาแทบไม่เคลม และขับรถระมัดระวัง Deductible อาจช่วยประหยัดเบี้ยได้ แต่ถ้าเคลมบ่อย การเลือกแบบไม่มี Deductible อาจสบายใจกว่า

3. เปรียบเทียบส่วนลดเบี้ยกับเงินที่ต้องจ่ายเอง

อย่าดูแค่ว่าเบี้ยถูกลงเท่าไหร่ ให้คำนวณด้วยว่า หากเกิดเคลม 1–2 ครั้ง จะยังคุ้มอยู่หรือไม่

4. ถามเงื่อนไขแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าให้ชัด 

สำหรับรถ EV ควรถามแยกโดยตรงว่า ความเสียหายของแบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ชาร์จ อยู่ภายใต้ Deductible เดียวกับตัวรถหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ

5. ขอใบเสนอราคาหลายแผนมาเทียบกัน

ควรเทียบอย่างน้อย 2–3 แผน เช่น แบบไม่มี Deductible, Deductible 3,000 บาท และ Deductible 5,000 บาท เพื่อดูความต่างของเบี้ยและความเสี่ยงที่ต้องรับเอง

ซื้อประกันรถ EV ต้องดูค่า Excess / Deductible อย่างไร ไม่ให้เสียเงินตอนเคลม


Common Mistakes ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

เข้าใจผิดว่า “ประกันชั้น 1 ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย”

ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้างที่สุดในกลุ่มประกันรถยนต์ แต่ยังมีเงื่อนไขเรื่อง Excess, Deductible, ข้อยกเว้น และรายละเอียดการเคลมตามกรมธรรม์

ดูแค่เบี้ยถูกที่สุด

แผนที่เบี้ยถูกมากอาจมี Deductible สูง หรือมีเงื่อนไขซ่อมที่จำกัดกว่า โดยเฉพาะรถ EV ที่ควรให้ความสำคัญกับศูนย์ซ่อม อะไหล่ และเงื่อนไขแบตเตอรี่

ไม่ถามว่า Home Charger คุ้มครองหรือไม่

บางแผนประกัน EV อาจมีความคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จหรือ Home Charger แต่บางแผนอาจไม่รวม หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรถามก่อนตัดสินใจ


FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. ประกัน EV มีค่า Excess ไหม?

ประกัน EV มี Excess ในประกันป.1 ตามเงื่อนไขของคปภ. 

2. Deductible จำเป็นต้องเลือกไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป Deductible เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดเบี้ยประกัน แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงว่าจะต้องจ่ายเองบางส่วนเมื่อเกิดเคลม

3. รถ EV ควรเลือก Deductible สูงไหม?

ถ้าขับน้อย เคลมน้อย และรับความเสี่ยงได้ อาจเลือกได้ แต่ถ้าใช้รถทุกวันหรือกังวลเรื่องค่าซ่อม EV ที่สูง ควรพิจารณาแผนที่ Deductible ต่ำหรือไม่มี Deductible

4. ถ้ารถ EV โดนขูดในลานจอด ต้องจ่าย Excess ไหม?

หากทำประกันชั้น 1 และระบุคู่กรณีไม่ได้ อาจต้องชำระค่า Excess ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ส่วนประกันชั้น 2+, 3+ และ 3  ไม่มีค่า Excess ผู้เอาประภัยต้องรับผิดชอบค่าซ่อมรถเอง เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง

5. Excess กับ Deductible จ่ายซ้ำกันได้ไหม?

บางกรณีอาจมีความรับผิดชอบมากกว่าหนึ่งเงื่อนไขได้ จึงควรอ่านกรมธรรม์และสอบถามบริษัทประกันหรือนายหน้าให้ชัดเจนก่อนซื้อ (tokiomarine product)

6. ซื้อประกัน EV ควรถามอะไรเกี่ยวกับค่าเสียหายส่วนแรก?

ควรถามว่า มี Excess หรือ Deductible เท่าไหร่ จ่ายกรณีไหน คิดต่อครั้งหรือต่อเหตุการณ์ และครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า มอเตอร์ และ Home Charger อย่างไร


สรุป ค่า Excess / Deductible ประกัน EV ต้องดูให้ละเอียดก่อนซื้อ

ค่า Excess และ Deductible เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลมากตอนเคลมประกันรถ EV โดยเฉพาะเมื่อรถไฟฟ้ามีค่าซ่อม อะไหล่ แบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อนกว่ารถทั่วไป หากต้องการเลือกประกัน EV ให้คุ้ม ไม่ควรดูแค่เบี้ยถูกที่สุด แต่ควรดูเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก ความคุ้มครองแบตเตอรี่ ศูนย์ซ่อม และข้อยกเว้นประกอบกัน

 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @smileinsure  โทรสอบถาม: 02-233-9999 (เวลาทำการ 09.00 - 18.00 น.)


อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ