บทความ | สาระน่ารู้อื่นๆ

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง?

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง?
07/11/2023  สาระน่ารู้อื่นๆ

แม้ว่าช่วงนี้ คนไทยจะหันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% กันมากขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมีรถอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “รถ Hybrid” 

เพราะเป็นรถยนต์ประเภทลูกผสมที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานขับเคลื่อนได้ถึง 2 ระบบ คือพลังงานเชื้อเพลิงจากการสันดาปน้ำมัน และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE


โดยเมื่อมีการขับรถด้วยความเร็วสูง หรืออยู่ในช่วงเร่งแซง รถ Hybrid ก็จะใช้พลังงานน้ำมัน แต่ถ้าใช้ความเร็วต่ำ เช่น เจอรถติด ระบบก็จะปรับไปใช้พลังงานไฟฟ้าอัตโนมัติ 

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE


จึงช่วยให้คนที่อยากเปลี่ยนจากการใช้รถน้ำมันไปสู่การใช้รถไฟฟ้า สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น แต่ข้อควรรู้คือ รถ Hybrid ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย 

ไม่ต่างจากรถประเภทอื่น ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะตัดสินใจซื้อรถ Hybrid ก็ควรศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ครบถ้วนก่อน

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE


ข้อดีของรถ Hybrid 

1. ประหยัดค่าน้ำมันได้มากกว่ารถยนต์น้ำมัน

ในช่วงเวลาที่รถติด เครื่องยนต์ของรถ Hybrid จะใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมันโดยอัตโนมัติ จึงช่วยให้ผู้ขับขี่ประหยัดค่าน้ำมันได้มากพอสมควร เมื่อเทียบกับรถสันดาปน้ำมันทั่วไป โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องใช้รถในกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งต้องเจอกับรถติดเป็นประจำทุกวัน 

2. ช่วยลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในช่วงที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องยนต์รถ Hybrid จะไม่มีการสันดาปน้ำมันเลยย และจะไม่มีการปล่อยไอเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศด้วย จึงช่วยลดมลพิษ ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ในระยะเวลาหนึ่ง

3. หมดกังวลเรื่องการชาร์จไฟและขับได้ไกลกว่าเดิม

แม้ว่ารถ Hybrid จะใช้พลังงานไฟฟ้าได้ แต่พลังงานไฟฟ้าที่ถูกดึงมาใช้นั้นจะเป็นพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องชาร์จเพิ่มทุกวันเหมือนรถไฟฟ้า 100% หรือรถ EV 

อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบก่อนซื้อ รถไฟฟ้า vs รถน้ำมัน เลือกอะไรดี?

ทำให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายมากขึ้น สามารถใช้รถได้ตลอดเวลาที่ต้องการ และขับรถทางไกลได้แบบหายห่าง เพราะไม่ต้องคอยกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ยังมีไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

4. แบตเสื่อม มอเตอร์พัง ก็ยังใช้ได้

อีกหนึ่งความพิเศษของรถ Hybrid คือ เมื่ออุปกรณ์บางอย่างในระบบไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ เจเนอเรเตอร์ เกิดเสื่อมสภาพ หรือชำรุดเสียหาย รถก็ยังคงใช้งานในระบบสันดาปน้ำมันได้ตามปกติ  

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE


5. แบตเตอรี่ถูกกว่ารถไฟฟ้า 

นอกจากนั้น ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชน หรือรถเสีย ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ก็สามารถเปลี่ยนได้ง่ายๆ ในราคาที่สบายกระเป๋ากว่า เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า 100% อีกทั้งยังสามารถซ่อมแซมรถแบบเฉพาะจุดได้ ไม่จำเป็นต้องยกเครื่องใหม่เสมอไป  

6. อัตราเร่งดี ขับได้ดั่งใจ 

การที่สามารถใช้ระบบไฟฟ้าช่วยขับเคลื่อนได้ ทำให้รถ Hybrid มีสมรรถนะรถที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับรถสันดาปน้ำมันทั่วไป เพราะไม่ต้องรอการจุดติด และเผาไหม้น้ำมัน จึงทำให้ออกตัวได้ดี เครื่องยนต์ตอบสนองไว และเร่งความเร็วได้เต็มที่ ไม่มีสะดุด 

อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มต่างกันยังไง?

7. เครื่องเงียบ ไร้เสียงรบกวน

สำหรับใครที่ไม่ชอบเครื่องยนต์เสียงดัง รถ Hybrid ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะเครื่องยนต์จะค่อนข้างเงียบ ไร้เสียงรบกวน และเมื่อถึงเวลารถติด หรือรถไม่ได้เคลื่อนที่เป็นเวลานานๆ 

เครื่องยนต์ก็จะดับโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่เกิดความรำคาญเรื่องเสียง

8. มีรถหลายรุ่นให้เลือก

รถ Hybrid มีรุ่นรถให้เลือกใช้ได้มากกว่ารถไฟฟ้า 100% โดยปัจจุบันมีทั้งรถเก๋ง รถเอนกประสงค์ รถตู้ และล่าสุดก็มีการเปิดตัวรถกระบะ Hybrid แล้วด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภทจริงๆ 

9. ประกันภัยรถหาง่าย และค่าเบี้ยเหมาะสม 

เมื่อคุณคิดจะซื้อรถ Hybrid สักคัน ก็อย่าลืมทำประกันรถยนต์ด้วย เพราะสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้ทั้งคนและรถได้เป็นอย่างดี 

อ่านเพิ่มเติม: ฝนตกหนักแบบนี้ รถ EV ขับลุยน้ำได้ไหม?

โดยสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประกันรถยนต์ Hybrid คือ มีให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ประกันชั้น1 ไปจนถึงประกันชั้น 3 มีบริษัทประกันให้เลือกได้มากกว่า และมีค่าเบี้ยที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับประกันรถยนต์ไฟฟ้า 100% 


ข้อเสียของรถ Hybrid ที่ไม่ควรมองข้าม

1. บำรุงรักษายากและค่าใช้จ่ายสูง 

การที่รถ Hybrid ทำงานได้ 2 ระบบ ทำให้ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์มีความซับซ้อนมากกว่ารถยนต์ทั่วไปและรถยนต์ไฟฟ้า 100% ดังนั้นการบำรุงรักษาจึงมักจะทำได้ยากกว่า และมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะจำเป็นต้องใช้ช่างและเครื่องมือเฉพาะทาง 

2. แบตเตอรี่แพงกว่ารถน้ำมัน

แม้ว่าแบตเตอรี่ของรถ Hybrid จะถูกกว่ารถไฟฟ้า แต่เมื่อเทียบกับรถน้ำมันแล้ว ค่าแบตถือว่าแพงกว่าพอสมควร เพราะแผงแบตเตอรี่มีความซับซ้อนกว่า และเก็บพลังงานได้มากกว่า 

โดยราคาแบตเตอรี่รถ Hybrid มีตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ ไปถึงหลักแสนบาท ส่วนแบตรถไฟฟ้า 100% อยู่ที่ประมาณ 5 แสนบาท และแบตรถน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท (*ราคาขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่) 

3. อาจตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ได้ไม่เต็มที่

ถึงแม้เครื่องยนต์จะทำงาน 2 ระบบ แต่ก็มีโอกาสที่ระบบใดระบบหนึ่งจะพังไปก่อนได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นระบบไฟฟ้าที่พังก่อน 

จึงอาจทำให้คนที่อยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนหันไปใช้รถไฟฟ้า 100% อาจไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรือรู้สึกไม่ตอบโจทย์

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE


แนะนำรถ Hybrid ยอดฮิตในไทย

ถ้าคุณศึกษาข้อดี-ข้อเสียครบถ้วนแล้ว และตัดสินใจว่าจะซื้อรถ Hybrid แน่ๆ แต่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อรถ Hybrid รุ่นไหน? หรือแบรนด์ไหนดี? วันนี้ SMILE INSURE รวบรวมข้อมูลรถ Hybrid รุ่นยอดฮิตมาให้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม: ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม

1. Honda New City e:HEV SV 

รถ Hybrid สปอร์ตซีดาน ที่เท่ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และสมรรถนะภายใน อาทิ เครื่องยนต์ไฮบริด DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ขนาด 1,500 ซี.ซี. ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุด 109 แรงม้า 

แรงบิดสงสุด 253 นิวตันเมตร และมีอัตราประหยัดน้ำมันถึง 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร ในราคาเริ่มต้นเพียง 849,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม: เดินข้างถนนแล้วรถชนเบิก พ.ร.บ. ได้ไหม?

2. Toyota Corolla Cross 1.8 Sport Plus 

ถ Hybrid ทรง SUV ราคาจับต้องได้ จากค่าย Toyota ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ไฮบริด ที่การันตีการประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัมต่อกิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์สปอร์ต เช่น กระจังหน้าสีดำเงา คิ้วขอบกระจกประตูสำดำ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์และไฟตัดหมอกแบบ LED ฯลฯ

อ่านเพิ่มเติม: จอดรถทับทางม้าลาย อาจถูกปรับไม่รู้ตัว!

3. MG HS PHEV

MG HS PHEV เป็นรถ Hybrid แบบ Plug-in Hybrid ที่มีแบตเตอรี่ใหญ่กว่ารถ Hybrid ทั่วไป และสามารถชาร์จไฟฟ้าเพิ่มเติมจากภายนอกได้ 

โดยไฮไลต์อยู่ที่กำลังเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายในเวลา 7.5 วินาที 


รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ Hybrid แต่ละรุ่น ก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ควรสอบถามข้อมูลจากศูนย์บริการให้ครบถ้วน และทดลองขับจริง ก่อนตัดใจสินซื้อรถ

รู้ก่อนซื้อ รถ Hybrid มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง? | SMILE INSURE

แต่ไม่ว่าสุดท้าย คุณจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ Hybrid รุ่นอะไรตาม ก็อย่ามองข้ามการทำประกันรถยนต์เด็ดขาด เพราะสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความคุ้มครองให้กับคุณและรถได้ 

ทำให้ข้อเสียบางอย่างของตัวรถไม่กลายเป็นอุปสรรคในการขับขี่ และทำให้คุณสามารถใช้รถได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ