บทความ | สาระประกันภัย

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม
12/10/2023  สาระประกันภัย

แม้ว่าการขับรถยนต์จะทำให้ใครหลายคนเดินทางในช่วงหน้าฝนได้อย่างมั่นใจ และสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไงก็คงทำให้คนใช้รถไม่สามารถสบายใจได้เต็มที่ 

เพราะมีสิ่งที่ต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือ “น้ำท่วม” ที่อาจทำให้รถพังเสียหาย จนต้องซ่อมครั้งใหญ่ หรืออาจใช้งานไม่ได้อีกเลย


ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ฝนตกหนัก และมีความเสี่ยงที่น้ำจะท่วม หลายคนก็มักจะมีวิธีป้องกันรถเสียจากน้ำท่วมที่แตกต่างกันไป เช่น ฟังพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้าน ติดตามข่าวสารตลอดทั้งวัน ศึกษาเส้นทางใหม่ เพื่อเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง หรือเลือกขับรถไปทำงานแค่บางวัน เป็นต้น 

อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มต่างกันยังไง?

แต่บางครั้งวิธีเหล่านี้ก็อาจจะป้องกันความเสียหายไม่ได้ เพราะน้ำอาจท่วมเร็วกว่าที่คิด วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการเคลมประกันรถยนต์มาฝาก เพื่อช่วยให้ทุกคนที่มีรถสามารถรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมได้ดี 

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


กรณีแบบไหนที่เคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วมได้?

เรื่องแรกที่คนมีรถควรรู้คือ รถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดับ สตาร์ตไม่ติด หรือน้ำท่วมเข้าห้องโดยสารจนขึ้นรา แม้จะทำประกันรถยนต์ไว้แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทุกกรณีที่จะทำเรื่องเคลมได้นะ 

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


เพราะบริษัทประกันภัยรถจะกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า การเคลมประกันรถหลังน้ำท่วมนั้น จะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันล่วงหน้าได้ และไม่ได้มาจากความประมาทของผู้ขับขี่เอง เช่น 

  • เกิดน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งไม่มีประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า

  • รถติดอยู่ที่เดิมนานเกินไป จนทำให้น้ำท่วมเข้ารถ 

อ่านเพิ่มเติม: 5 วิธีแก้กลิ่นอับในรถยนต์ หลังขับลุยนํ้า

ดังนั้น ถ้ารถคันหนึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม แล้วมีการเรียกเคลมประกันรถยนต์ แต่เจ้าหน้าที่ประกันมาตรวจพบในภายหลังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากความจงใจฝ่าฝืนขับรถเข้าไปในพื้นที่ที่มีการประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมไว้ก่อนแล้ว 

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


บริษัทประกันก็จะปฏิเสธการเคลม หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ขับขี่ย้อนหลังได้ เพราะถือว่าผู้ขับขี่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจ และจงใจปิดบังความผิดของตัวเอง

 เพิ่มเพื่อน

สอบถามเพิ่มเติม ทักแชทมาได้เลยนะคะ

แต่ถ้าหากตรวจพบว่า ความจงใจฝ่าฝืนข้อห้าม ทำไปความจำเป็นบางอย่างที่เข้าเกณฑ์ยกเว้นของบริษัทประกันรถยนต์ บางบริษัทก็อาจช่วยรับผิดชอบค่าเสียหายบางส่วนได้ 

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


เคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วมได้เท่าไหร่? 

สำหรับค่าสินไหมทดแทนที่จะได้รับจากการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม จะแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

1. ถ้าบริษัทประกันประเมินแล้วว่ารถคันดังกล่าวยังสามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานเหมือนเดิมได้ ก็จะนับเป็นกรณี ความเสียหายบางส่วน (Partial Loss) และจะช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับผู้เอาประกัน

อ่านเพิ่มเติม: จอดรถทับทางม้าลาย อาจถูกปรับไม่รู้ตัว!

2. ถ้าบริษัทประกันประเมินแล้วว่ารถคันดังกล่าวไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานเหมือนเดิมได้แล้ว หรือซ่อมแล้วไม่น่าจะคุ้มกับค่าใช้จ่าย ก็จะนับเป็นกรณีความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) 

คือ บริษัทประกันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ผู้เอาประกันประมาณ 70-80% ของทุนประกัน เพื่อขอซื้อซากรถ ซึ่งกรณีนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับรถที่เจอน้ำท่วมสูงเกินคอนโซลหน้ารถขึ้นไป ทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหนัก 

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


ประกันรถยนต์แบบไหนที่เคลมกรณีน้ำท่วมได้?

นอกจากนี้ ก่อนจะเรียกเคลมประกัน ผู้ขับขี่ยังควรรู้ด้วยว่า ประกันรถยนต์ที่จะเคลมกรณีน้ำท่วมได้ มีแค่ 3 ประเภทเท่านั้น ได้แก่

ประกันรถยนต์ชั้น 1

เงื่อนไขความคุ้มครอง

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย 

  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

  • คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ซึ่งจะนับรวมความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมด้วย แต่ไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ 

  • คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ คือ ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่ถูกไฟไหม้ หรือสูญหาย เพราะถูกลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม: เดินข้างถนนแล้วรถชนเบิก พ.ร.บ. ได้ไหม?

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ (บางแผนประกัน)

เงื่อนไขความคุ้มครอง

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย 

  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีรถชนแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) เท่านั้น 

  • คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย คือ ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่ถูกไฟไหม้ หรือเกิดการสูญหายจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้อื่น เช่น การลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ เป็นต้น

  • คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม (บางแผนประกันเท่านั้น)

อ่านเพิ่มเติม: รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร?

3. ประกันรถยนต์ชั้น 3+ (บางแผนประกัน)

เงื่อนไขความคุ้มครอง

  • คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย 

  • คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

  • คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีรถชนแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) เท่านั้น

  • คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม (บางแผนประกันเท่านั้น)

จะเห็นได้ว่าถ้าอยากได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมรอบด้าน ประกันชั้น1 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณมีงบประมาณที่จำกัด ก็สามารถเลือกทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ แทนได้ 

แต่ควรเลือกแผนประกันรถยนต์ที่มีเงื่อนไขคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้รถในช่วงหน้าฝนมากที่สุด

หมายเหตุ: เงื่อนไขความคุ้มครองกรณีรถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละบริษัทประกัน ควรสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกัน

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วมมีอะไรบ้าง? 

สำหรับการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วมก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถ้าประกันของคุณเข้าเกณฑ์ที่สามารถเคลมได้ ให้ทำตาม 4 ขั้นตอนนี้

  • เก็บหลักฐานที่ใช้เคลมประกันให้ครบถ้วนที่สุด เช่น ถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอ จดบันทึกเหตุการณ์

  • โทรศัพท์ติดต่อบริษัทประกัน เพื่อแจ้งเหตุการณ์ และขอความช่วยเหลือ

  • รอเจ้าหน้าที่ประกันมาประเมินความเสียหาย ให้เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม ได้แก่ บัตรประชาชน ใบขับขี่ เล่มทะเบียนรถหรือสำเนา กรมธรรม์ประกันภัยหรือสำเนา เอกสารอื่นที่บริษัทเรียกขอเพิ่มเติม (ถ้ามี)

  • ให้เจ้าหน้าที่ประกันออกใบเคลม และนำรถไปซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

อ่านเพิ่มเติม: รู้ไหม? ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้น 1 อย่างไร?

หมายเหตุ: ผู้ขับขี่สามารถเรียกประกันมาทำเรื่องเคลมที่จุดเกิดเหตุทันที หรือเคลมหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไปแล้วก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงขณะโทรแจ้งเหตุ

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


รวมวิธีดูแลรถยนต์หลังขับลุยน้ำท่วม

ทิ้งท้ายไปด้วยวิธีการดีๆ ที่จะช่วยดูแล รักษา และยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของคุณให้นานขึ้น หลังจากที่ขับรถยนต์ลุยน้ำท่วมไปแล้ว เพราะบางครั้งความเสียหายของเครื่องยนต์อาจไม่ได้เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด 

ดังนั้นถ้าลุยน้ำท่วมแล้ว คุณรีบดูแลรถอย่างถูกวิธี ก็อาจช่วยให้รถไม่เสีย และไม่ต้องเรียกเคลมประกันรถยนต์ให้เสียเวลา

ต้องรู้! ขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์หลังน้ำท่วม │Smile Insure


มาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีอะไรบ้าง?

  • หลังจากที่เพิ่งลุยน้ำท่วมไปหมาดๆ ให้ขับรถต่อไปด้วยความเร็วต่ำแบบคงที่ ไม่พยายามเร่งเครื่อง และเหยียบเบรกเบาๆ บ่อยๆ เพื่อไล่น้ำและความชื้นออกจากเครื่องยนต์

  • ถ้าลุยน้ำท่วมจนเครื่องยนต์ดับ อย่าพยายามสตาร์ตเครื่อง เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าเครื่องยนต์

  • เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ให้รีบเช็กส่วนประกอบต่างๆ ของรถทันที เช่น สีของน้ำมันเครื่อง ปริมาณน้ำฝนในห้องเครื่อง ช่องชาร์จไฟสำของรถ EV ระบบแอร์ เป็นต้น ถ้าเจอความผิดปกติให้รีบติดต่อบริษัทประกันและอู่ซ่อมรถ รวมถึงให้ทำความสะอาดรถ และเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณที่มีระบบไฟฟ้า

“ประกันรถยนต์” ตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจให้คนใช้รถตลอดหน้าฝน เช็กค่าเบี้ยประกันรถยนต์และเลือกแผนประกันที่ตรงใจได้แล้ววันนี้เลย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ