บทความ | สาระประกันภัย

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร?

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร?
21/03/2023  สาระประกันภัย

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? 

สงสัยไหมว่าทำไมเวลาที่คุณอยากประหยัดค่าประกันรถ แต่ก็อยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมหลายด้าน ใครๆ ถึงแนะนำให้ทำประกันชั้น 2+ ประกันนี้เหมือนหรือต่างกับประกันประเภทอื่นอย่างไร? ทำไมถึงตอบโจทย์ความต้องการคุณได้? ถ้าคุณกำลังสงสัยอยู่ ลองให้บทความนี้เป็นคำตอบ 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


รวมความเหมือน-ต่างระหว่างประกันชั้น 2+ และประกันชั้นอื่น

1. ประกันชั้น 2+ กับประกันชั้น 1 

ความเหมือน      

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองเหมือนประกันรถยนต์ชั้น 1 ในบางด้าน คือ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย (TPBI) คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (TPPD) รวมทั้งคุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย (Fire and Theft: F&T) 

ความแตกต่าง

ประกันชั้น 2+ จะคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย (OD) กรณีรถชนแบบมีคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบกด้วยกันเท่านั้น หรือเรียกสั้นๆ ว่ารถชนรถ ซึ่งแตกต่างจากประกันชั้น 1 ที่จะคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัยจากทั้งอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี และไม่มีคู่กรณี 

ข้อสรุป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีเงื่อนไขความคุ้มครองที่น้อยกว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 ดังนั้นจึงทำให้ราคาค่าเบี้ยประกันถูกกว่าหลายพันบาท 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


2. ประกันชั้น 2+ กับประกันชั้น 2 

ความเหมือน      

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และคุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ เหมือนประกันรถยนต์ชั้น 2

ความแตกต่าง

ในขณะที่ความแตกต่าง คือ ประกันชั้น 2+ ได้เพิ่มเติมเรื่องการคุ้มครองความเสียหายกรณีรถชนรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีในประกันชั้น 2 

ข้อสรุป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีเงื่อนไขความคุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 จึงทำให้ราคาค่าเบี้ยแพงกว่า 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


3. ประกันชั้น 2+ กับประกันชั้น 3

ความเหมือน      

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีความคุ้มครองบางอย่างที่เหมือนประกันรถยนต์ชั้น 3 ได้แก่ คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกันภัย และคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น 

ความแตกต่าง 

ประกันชั้น 2+ มีความคุ้มครองบางอย่างที่มากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 3  นั่นคือ คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัยกรณีรถชนรถ รวมถึงคุ้มครองกรณีรถสูญหายและไฟไหม้ด้วย

ข้อสรุป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 ซึ่งนั่นทำให้ราคาค่าเบี้ยประกันแพงกว่าด้วย

 
รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


4. ประกันชั้น 2+ กับประกันชั้น 3+

ความเหมือน      

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีเงื่อนไขคุ้มครองรถคันที่เอาประกันกรณีรถชนรถ เหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 3+ เพราะทั้งคู่เป็นประกันภัยประเภทพิเศษที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อเพิ่มความคุ้มครองในเรื่องนี้โดยเฉพาะ 

ความแตกต่าง 

ประกันชั้น 2+ จะให้คุ้มครองความเสียหายต่อรถคันเอาประกันกรณีรถสูญหาย และรถถูกไฟไหม้ด้วย แต่ประกันชั้น 3+ นั้นจะคุ้มครองกรณีที่รถชนรถเท่านั้น ไม่คุ้มครองกรณีรถสูญหายและไฟไหม้

ข้อสรุป

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีเงื่อนไขความคุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้น 3 +โดยความคุ้มครองที่มากกว่านี้ ส่งผลให้ราคาค่าเบี้ยประกันของประกันรถยนต์ชั้น 2+ แพงกว่า 


รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


สรุปความคุ้มครองของประกันชั้น 2+

จากข้อมูลด้านบนนั้น สามารถสรุปได้ว่าประกันชั้น 2+ มีเงื่อนไขความคุ้มครอง ดังนี้ 

1. คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย

2. คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

3. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีรถชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น (ไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้) 

4. คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่ถูกไฟไหม้ หรือเกิดการสูญหายจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้อื่น เช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ เป็นต้น


รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


นอกจากนั้น ยังสรุปได้ว่า ประกันชั้น 2+ เหมาะกับคนใช้รถที่มีประสบการณ์การขับขี่มาสักระยะแล้ว คุ้นเคยกับรถของตัวเองเป็นอย่างดี ชินกับเส้นทาง และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เช่น มีกล้องวงจรปิดคอยช่วยบันทึกเหตุการณ์บนท้องถนน เป็นต้น 

ส่วนตัวรถก็ไม่ใหม่หรือเก่าจนเกินไป จึงต้องการความคุ้มครองประมาณหนึ่ง ซึ่งไม่ถึงกับต้องจ่ายแพงเท่าประกันชั้น 1 แต่พอจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ยามเกิดเหตุรถชนรถได้ 


รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


สรุปกรณีที่ประกันชั้น 2+ ไม่ให้คุ้มครอง

ข้อมูลความเหมือนและความต่างระหว่างประกันชั้น 2+ กับประกันชั้นอื่น ช่วยเน้นย้ำว่าความพิเศษของประกันชั้นนี้ คือ การเป็นประเภทประกันที่จะคุ้มครองรถคันที่เอาประกันภัย ก็ต่อเมื่อเป็นการชนกับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก หรือรถชนรถเท่านั้น 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


โดยขอบเขตของคำว่า “มีคู่กรณี” ในที่นี้ หมายถึง 

1. ต้องมีคู่กรณีอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย หรือ

2. ถ้าเคลียร์กันลงตัวแล้ว และแยกย้ายกันไปก่อนที่ตัวแทนจากบริษัทประกันจะไปถึงที่เกิดเหตุ จะต้องติดต่อคู่กรณีในภายหลังได้ หรือ

3. ถ้าคู่กรณีหลบหนีไปแล้ว จำเป็นจะต้องหาหลักฐานมายืนยันการชนแบบมีคู่กรณี และติดตามตัวคู่กรณี เพื่อเจรจาค่าเสียหายในภายหลังได้เท่านั้น 
คนทำประกันประเภทนี้ควรรู้ว่า แม้จะรถชนรถจริง แต่ถ้าติดตามตัวคู่กรณีไม่ได้ บริษัทประกันก็มีสิทธิปฏิเสธความคุ้มครอง เพราะถือว่าไม่ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE

ส่วนกรณีที่ประกันชั้น 2+ จะไม่ให้คุ้มครองรถคันเอาประกันภัยเลยก็คือ การขับรถชนสิ่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรถยนต์ เช่น ต้นไม้ รั้วบ้าน กำแพง ป้ายบอกทาง ป้ายหาเสียง เสาไฟฟ้า ฯลฯ รวมถึงอุบัติเหตุอื่นที่เกิดจากการกระทำของรถคันอื่น แต่รถทั้ง 2 คันยังไม่ได้ชนกัน เช่น การเปลี่ยนเลนกระชั้นชิดที่ทำให้รถคันเอาประกันเกิดความตกใจ จนต้องหักหลบชนขอบทาง เป็นต้น 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


อย่างไรก็ตาม ประกันชั้น 2+ ยังคงให้ความคุ้มครองความเสียหายของฝั่งคู่กรณี ดังนั้นถ้าสิ่งที่รถคันเอาประกันขับชน เป็นทรัพย์สินที่มีเจ้าของ เช่น รั้วบ้านของบ้านข้างๆ ประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมให้กับคู่กรณีที่เป็นฝ่ายเสียหาย ขณะที่เจ้าของรถคันเอาประกัน ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมรถด้วยตัวเองทั้งหมด 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


รวมเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับการทำประกันชั้น 2+

1. ค่าเบี้ยของประกันชั้น 2+ ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ

ราคาค่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 2+ ของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รุ่นรถ ยี่ห้อรถ ปีที่จดทะเบียน ประวัติการเคลมประกัน และวงเงินการคุ้มครองในแต่ละด้านตามที่คนทำประกันต้องการ เช่น การช่วยเหลือฉุกเฉิน การผ่อนจ่ายระยะยาว เป็นต้น

ตัวอย่าง รถฮอนด้า จดทะเบียนปี 2021 ยังไม่เคยขับรถชน และต้องการความคุ้มครองด้านความเสียหายต่อทรัพย์สิน 600,000 บาท ราคาค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่า รถ BMW ที่จดทะเบียนในปีเดียวกัน มีประวัติการเคลมดีเหมือนกัน และต้องการความคุ้มครองเหมือนกัน

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


2. สามารถปรับเปลี่ยนชั้นประกันได้ทุกปี

ไม่ว่าปีที่แล้วคุณจะทำประกันชั้น 1 มาก่อน แล้วอยากเปลี่ยนมาทำประกันชั้น 2+ ในปีนี้ หรืออยากทำประกันชั้น 2+ ในปีนี้ แล้วเปลี่ยนไปทำประกันชั้น 1 หรือประกันชั้น 3+ ในปีถัดไป ก็สามารถทำได้ เพราะประเภทประกันที่เคยทำ ไม่มีผลต่อการพิจารณาค่าเบี้ยประกัน หรืออนุมัติกรมธรรม์แต่อย่างใด 

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


3. ซื้อประกันออนไลน์สะดวกสบายกว่า

ในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างจัดการได้ง่ายแค่ปลายนิ้วแบบนี้ ถ้าอยากได้ความคุ้มครองครอบคลุม แต่สะดวกสบายกว่าเดิม ก็ต้องซื้อประกันออนไลน์ เพราะช่วยลดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อบริษัทประกันด้วยตัวเองได้มากเลยทีเดียว

รู้ก่อนตัดสินใจ ประกันชั้น 2+ ต่างกับประกันชั้นอื่นอย่างไร? | SMILE INSURE


 “ประกันชั้น 2+” มีทั้งส่วนที่เหมือน และแตกต่างจากประกันชั้นอื่น ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำประกันรถยนต์ ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้เลือกประกันรถยนต์ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด ไม่ต้องคอยพะว้าพะวงตลอดเวลาที่ขับขี่ หรือต้องเสียเวลาทำประกันใหม่ที่ถูกใจมากกว่า

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ