บทความ | สาระประกันภัย

ไขข้อข้องใจ! เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

ไขข้อข้องใจ! เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?
25/05/2022  สาระประกันภัย

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า?

เวลาที่รถยนต์เกิดรอยขีดข่วนจนสีถลอก ทั้งแบบไม่มีคู่กรณี และไม่สามารถระบุตัวตนของคู่กรณีได้ เชื่อว่าคนมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 คงจะไม่หนักใจสักเท่าไหร่ เพราะสามารถเคลมได้สบายมาก แต่การจะนำรถไปเข้าอู่เป็นสัปดาห์ หรือนานเป็นเดือน อาจจะไม่สะดวกสบายกับการใช้ชีวิต  

      
เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure?

ดังนั้น จึงมีวิธีที่นิยมทำกันคือ ถ้ารอยแผลรถไม่ใหญ่มากหรือลึกเกินไป ให้เก็บสะสมรอยแผลเอาไว้ก่อน แล้วรอเคลมสีรอบคันครั้งใหญ่ในช่วงที่ว่างยาว ๆ ทีเดียว วิธีนี้จะทำให้คนมีรถสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ เพราะใช้รถได้ตามปกติ แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้

โดยเฉพาะกับคนเพิ่งเคยมีรถคันแรก หรือไม่เคยเคลมประกันรถมาก่อนเลย คือวิธีนี้จะได้แต่ความสะดวกสบาย แต่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่า ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? 


เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

เคลมสีรอบคันกับประกันรถยนต์ได้ไหม

เมื่อเกริ่นว่าการรอเคลมสีรอบคันในครั้งเดียวอาจไม่ใช้ทางเลือกที่คุ้มค่า หลายคนคงสงสัย ว่ามันเป็นเพราะผิดกฎหรือข้อบังคับอะไรหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้ผิดกฎข้อบังคับอะไร การเคลมสีรอบคันกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ทั้งแบบไม่มีคู่กรณีและไม่สามารถระบุตัวตนของคู่กรณีได้ เป็นสิ่งที่ทำได้

เพราะการเคลมเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้เอาประกัน ตราบใดที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เช่น เมาแล้วขับ ไม่มีใบขับขี่ ใช้รถผิดประเภท ใช้รถเพื่อกระทำสิ่งผิดกฎหมาย เป็นต้น แต่ความไม่คุ้มค่าอาจเกิดขึ้นเมื่อต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ 
 

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

‘ค่าเสียหายส่วนแรก’ ความไม่คุ้มค่าที่แฝงมากับการเคลม 

ถึงแม้ว่าการเคลมสีรอบคันจะทำได้ และเป็นตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้ไม่ต้องเสียเวลานำรถเข้าอู่ แต่มันอาจไม่ได้คุ้มค่าในเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะการเคลมสีรอบคันจะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกมากกว่าการเคลมเป็นครั้ง ๆ  

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

ค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) คือ ค่าเสียหายที่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบร่วมกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ ในทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุตัวตนของคู่กรณีได้ (ไม่สามารถแจ้งถึงสาเหตุของร่องรอยได้) ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้นไหนก็ตาม โดยส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไปต่อครั้งที่เคลม (ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของรอย และเงื่อนไขตามที่ตกลงกับบริษัทประกัน) 

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

แต่เมื่อไหร่ที่เก็บรอยแผลไว้เยอะ ๆ แล้วนำไปเคลมรอบคันทีเดียว หรือที่เรียกว่าการเคลมแห้ง ค่าเสียหายส่วนแรกจะถูกคิดตามรอยแผลที่เกิดขึ้น แทนการคิดเป็นครั้งเช่น เช่น ปกติค่าเสียหายส่วนแรกอยู่ที่ 1,000 บาทต่อครั้ง แต่ถ้าเก็บรอยแผลรถไว้ 3 จุด แล้วไปเคลมสีรอบคันทีเดียว จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกมากถึง 3,000 บาท เป็นต้น 

เห็นได้ชัดเลยว่าการรอเคลมสีรถรอบคันไม่ได้อ่อนโยนต่อกระเป๋าสตางค์และเงินในบัญชีสักเท่าไหร่ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมมันเป็นทางเลือกที่สะดวก แต่อาจจะไม่คุ้มค่ากับบางกรณี  

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

สรุปแล้วเคลมสีรอบคันดีหรือไม่ดี

การเคลมสีรอบคันจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ใช้รถเป็นหลัก ถ้าจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน และมั่นใจว่าจะระมัดระวังให้รถจะไม่เกิดรอยแผลขึ้นอีก ก่อนกรมธรรม์หมดอายุ การจะรอไว้เคลมสีรอบคันคงจะดีที่สุด 

แต่ถ้ารถมี 1 แผลแล้ว และไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะเกิดรอยแผลขึ้นขณะที่ผู้ขับขี่ไม่อยู่ในเหตุการณ์อีกหรือไม่ การทยอยเคลมไปทีละแผลจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเป็นเงินก้อนใหญ่

เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

ทั้งนี้ การเคลมแห้งบ่อยเกินไปก็อาจทำให้เสียประวัติได้ ซึ่งจะมีผลกับการทำประกันครั้งต่อไป เช่น ต้องจ่ายเบี้ยสูงขึ้น บริษัทเดิมไม่รับทำประกันอีก เป็นต้น ดังนั้นควรช่างน้ำหนักให้ดีว่าพฤติกรรมการขับขี่ของเหมาะสมกับวิธีไหน และควรระมัดระวังในการนำรถไปจอดในที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น

4 ขั้นตอนแจ้งเคลมสีรถรอบคัน

สำหรับผู้มีประกันชั้น 1 ที่ต้องการรอเคลมสีรอบคันทีเดียว จะต้องใช้วิธีการแจ้งเคลมแห้ง ดังนี้

  1. แจ้งเรื่องเคลมกับบริษัทประกัน และเตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกัน ใบขับขี่หรือสำเนา เล่มทะเบียนรถยนต์หรือสำเนา กรมธรรม์ประกันภัยหรือสำเนา รวมถึงรูปถ่ายความเสียหายที่บันทึกเวลาและสถานที่ไว้อย่างชัดเจน (ถ้ามี)
  2. จ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามที่ตกลงกัน
  3. รอเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายของรถยนต์และออกเอกสารการเคลมให้ 
  4. นำรถเข้าอู่ในวัน-เวลาที่สะดวก            


    เคลมสีรถรอบคันทีเดียวดีไหม? ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือเปล่า | Smile Insure

แค่เพียงเท่านี้ รถของคุณก็จะกลับมาสวยเหมือนเดิมแล้ว ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าผู้ขับขี่ไม่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ไว้ก่อน เพราะแม้จะต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกบ้าง แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว ดังนั้นอย่าลืมทำประกันรถต่อเนื่องทุกปี เพื่อเพิ่มความสบายใจในทุกวันที่ใช้รถ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ