บทความ | สาระประกันภัย

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่?

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่?
05/10/2023  สาระประกันภัย

รู้หรือไม่! ถึงแม้อุบัติเหตุรถชน หรือรถเสียบนทางด่วน จะไม่ได้มีข่าวให้เห็นบ่อยเหมือนกับอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วไป 

แต่ความจริงแล้ว จำนวนเคสอุบัติเหตุบนทางด่วนนั้นมีมากกว่าที่คิด ยืนยันโดยข้อมูลย้อนหลัง ใน 3 ปีงบประมาณ จากการทางพิเศษแห่งประเทศ (กพท.)


  • ปีงบประมาณ 2565 (ต.ค. 64 - พ.ค. 65) มีอุบัติเหตุบนทางพิเศษเกิดขึ้น 667 ครั้ง 

  • ปีงบประมาณ 2564 (ต.ค. 63 - ก.ย. 64) มีอุบัติเหตุบนทางพิเศษเกิดขึ้น 752 ครั้ง

  • ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 62 - ก.ย. 63) มีอุบัติเหตุบนทางพิเศษเกิดขึ้น 809 ครั้ง

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนทางด่วน ไม่ได้มีแค่ตัวเลขเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องการเคลมประกันรถยนต์ด้วย เพราะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต่างจากการเคลมประกันรถยนต์บนท้องถนนทั่วไป ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน 

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


สาเหตุของอุบัติเหตุบนทางด่วน

จากสถิติย้อนหลัง 3 ปี พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนมีหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่คือ การทำผิดกฎหมายจราจร เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด เปลี่ยนเลนกะทันหัน เปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ถอยหลังเมื่อขับเลยทางแยก ใช้โทรศัพท์มือถือขณะรถ เป็นต้น

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


นอกจากนั้นจะเป็นสาเหตุจากการหลับใน ก้มเก็บของขณะขับรถ ถนนลื่นเพราะฝนตก ไม่ชินเส้นทาง รวมถึงสภาพรถไม่พร้อมใช้งาน เช่น รถเสีย ยางแตก ยางระเบิด เป็นต้น

ดังนั้น ถ้าอยากขับขี่ให้ปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ ควรทำตามคำแนะนำดังนี้

1. ใช้ความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนด

    ความเร็วสำหรับทางยกระดับ

  • รถยนต์ 4 ล้อ ไม่เกิน 100 กม./ชม.

  • รถบรรทุกมากกวา 2.2 ตัน และรถโดยสารมากกว่า 15 คน ไม่เกิน 80 กม./ชม.

  • รถรับส่งนักเรียน ไม่เกิน 80 กม./ชม.

    ความเร็วสำหรับทางราบระดับพื้นดิน

  • รถยนต์ 4 ล้อ ไม่เกิน 110 กม./ชม.

  • รถบรรทุกมากกวา 2.2 ตัน และรถโดยสารมากกว่า 15 คน ไม่เกิน 90 กม./ชม.

  • รถรับส่งนักเรียน ไม่เกิน 90 กม./ชม.

อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละชั้น คุ้มต่างกันยังไง?

2. ขับรถเว้นระยะห่างจากคันข้างหน้าอย่างเหมาะสม 

3. ก่อนเปลี่ยนเลน ควรเปิดไฟเลี้ยวเพื่อส่งสัญญาณให้รถคันอื่นในระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร 

4. หากขับรถเลยทางแยกไปแล้ว ให้ขับรถต่อไป จนกว่าจะพ้นเขตทางด่วน แล้วค่อยหาเส้นทางอื่นไปต่อ ห้ามถอยหลังบนทางด่วนเด็ดขาด  

5. ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 

6. พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถทุกครั้ง 

อ่านเพิ่มเติม: เดินข้างถนนแล้วรถชนเบิก พ.ร.บ. ได้ไหม?

7. ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทาง และติดตามข่าวสารการจราจรจากช่องทางต่างๆ สวพ. FM 91 จส.100 

8. งดใช้โทรศัพท์มือถือ ก้มเก็บของ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่จะรบกวนสมาธิขณะขับรถ 

9. หากขณะขับรถ พบว่าเครื่องยนต์เกิดความผิดปกติ ให้ตั้งสติ และค่อยๆ ประครองรถเข้าจอดไหล่ทาง หรือเลนซ้ายสุด แล้วเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน 

ถ้าเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนจะเคลมประกันรถยนต์ได้ไหม?

ถ้าทำตามคำแนะนำทั้งหมดแล้ว แต่ยังเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้จากความไม่ตั้งใจ หรือความประมาทของผู้อื่น ถ้าคุณหรือคู่กรณีมีประกันรถยนต์ ก็สามารถเรียกเจ้าหน้าที่มาเคลมประกันรถยนต์ได้ 

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


แต่สิ่งที่ควรรู้คือ เจ้าหน้าที่ประกันจะไม่สามารถไปตรวจสอบเหตุการณ์ และทำเรื่องเคลมในพื้นที่ของทางด่วนได้ เพราะพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 139 ในระเบียบเกี่ยวกับการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2524 

และกฎของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนทางด่วน ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย และเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

 เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า รถที่ขับบนทางด่วนจะใช้ความเร็วสูงมาก อีกทั้งเจ้าหน้าที่ประกันเองก็มักจะใช้รถมอเตอร์ไซค์ในการทำงาน ซึ่งเป็นประเภทรถที่ห้ามขับขี่บนทางด่วนอยู่แล้ว    

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


วิธีเคลมประกันรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์จะไม่สามารถขึ้นไป ณ จุดเกิดเหตุได้ แต่วิธีการเคลมประกันรถยนต์กรณีเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน ก็ไม่ได้ยุ่งยาก โดยผู้ประสบเหตุสามารถทำตาม 5 ขั้นตอนง่ายๆ นี้ได้เลย

อ่านเพิ่มเติม: จอดรถทับทางม้าลาย อาจถูกปรับไม่รู้ตัว!

1. โทรแจ้งเหตุกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อให้ช่วยระงับเหตุในเบื้องต้น และเคลื่อนย้ายรถไปยังที่ปลอดภัย รวมถึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจทางหลวง โรงพยาบาล หน่วยกู้ชีพ เป็นต้น

    เบอร์ฉุกเฉินที่ควรรู้

  • สายด่วนการทางพิเศษ โทร 1543 สำหรับแจ้งอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินบนทางด่วน

  • สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 สำหรับแจ้งอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินบนทางหลวงและมอเตอร์เวย์ 

  • สายด่วนโทลล์เวย์ โทร 1233 สำหรับแจ้งอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินบนทางยกระดับโทลล์เวย์ 

  • ตำรวจทางหลวง โทร 1193

  • สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) โทร 1669 

เพิ่มเพื่อน

สอบถามเพิ่มเติม ทักแชทมาได้เลยนะคะ

2. โทรแจ้งเหตุกับบริษัทประกันรถยนต์ 

3. ถ่ายรูป หรือวิดีโอ เพื่อบันทึกเหตุการณ์ รวมถึงถ่ายรูปบัตรประชาชนของคู่กรณี เพื่อป้องกันการหลบหนีในภายหลัง

4. ระหว่างรอเจ้าหน้าที่การทางฯ เดินทางมาให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเพื่อแจ้งเตือนรถด้านหลัง แล้วนั่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ภายในรถของตนเอง ไม่ควรออกมายืนรอนอกรถเด็ดขาด เพราะอาจถูกรถชนได้

5. นัดหมายสถานที่กับเจ้าหน้าที่ประกันรถยนต์ และคู่กรณี เพื่อทำเรื่องเคลมประกันรถยนต์ตามขั้นตอนปกติต่อไป 

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


ประกันรถยนต์ตัวช่วยสำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าทุกคนคงเห็นแล้วว่า เบอร์โทรฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ SMILE INSURE อยากช่วยเสริมอีกนิดว่า “ประกันรถยนต์” ก็สำคัญไม่ต่างกัน เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุทางด่วน แล้วรถไม่มีประกัน 

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


ผู้ประสบเหตุจะต้องรับผิดชอบค่าลากจูงรถออกนอกเขตทางด่วน ค่าซ่อมรถ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ถ้ารถมีประกัน ผู้ประสบเหตุก็จะสามารถเคลมประกันรถยนต์ในส่วนนี้ได้

ทั้งนี้ ความคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายในการลากจูงรถ ขึ้นอยู่กับประเภทของประกัน และเงื่อนไขของบริษัทกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วประกันชั้น 1, 2+ และ 3+ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตามจริง แต่ไม่เกิน 20% ของค่าซ่อมรถ

เพิ่มเพื่อน

สอบถามเพิ่มเติม ทักแชทมาได้เลยนะคะ

เลือกทำประกันรถยนต์แบบไหนดี?

สำหรับใครที่จำเป็นต้องใช้ทางด่วนเป็นประจำ และกำลังสงสัยว่าจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี? ถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด แน่นอนว่าคำตอบก็คงเป็น “ประกันรถยนต์ชั้น 1” เพราะให้ความคุ้มครองแบบรอบด้านมากที่สุด คือ

  1. คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย 

  2. คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

  3. คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ แต่ไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ 

  4. คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ คือ ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ รวมทั้งอุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่ถูกไฟไหม้ หรือสูญหาย เพราะถูกลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือเป็นผลมาจากการพยายามกระทำดังกล่าว

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE    


แต่ถ้ามั่นใจในการขับรถของตัวเอง หรือต้องการประหยัดงบประมาณลงอีกนิด ก็สามารถทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ได้ เพราะถึงแม้ประกันรถยนต์ ชั้น 2+ ราคาถูกกว่าประกันชั้น 1 แต่ก็ให้ความคุ้มครองที่ค่อนข้างครอบคลุม 


ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง?

1. คุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารในรถคันเอาประกันภัย 

2. คุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 

3. คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย กรณีรถชนแบบมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก (รถชนรถ) เท่านั้น 

4. คุ้มครองการสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย คือ ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยนต์ อุปกรณ์ เครื่องตกแต่ง และส่วนควบที่ติดประจำอยู่กับตัวรถยนต์ ที่ถูกไฟไหม้ 

รถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน! เรียกประกันได้หรือไม่? | SMILE INSURE


หรือเกิดการสูญหายจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้อื่น เช่น การลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ เป็นต้น

โดยคำว่า “มีคู่กรณี” สำหรับการเคลมประกันชั้น 2+ หมายถึง จะต้องมีคู่กรณีอยู่ในตอนที่ทำเรื่องเคลมประกันด้วย หรือต้องติดตามคู่กรณีมารับผิดชอบในภายหลังได้ หรือถ้าคู่กรณีหลบหนีไปแล้ว 

ผู้เอาประกันจะต้องมีหลักฐานชัดเจน ที่สามารถยืนยันได้ว่ามีคู่กรณีจริง แต่คู่กรณีหลบหนีไปแล้ว

 สรุปคือ หากรถเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน จะยังก็สามารถเรียกเคลมประกันรถยนต์ได้ แต่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถให้พ้นเขตทางด่วนไปก่อน เพราะข้อจำกัดทางด้านกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ประกันไม่สามารถทำเรื่องเคลมที่จุดเกิดเหตุได้ทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ