บทความ | สาระน่ารู้อื่นๆ

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม 24/09/2020  สาระน่ารู้อื่นๆ

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

ยางรถยนต์ทุกเส้นมีลมเป็นตัวช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือน ช่วยให้ยางคงรูปกลมๆ ของยางไว้ได้ การตรวจเช็คลมยางนั้นจึงมีความสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้! ควรตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ ยิ่งถ้ามีการใช้รถบ่อยๆ ออกเดินทางบ่อยๆ ยิ่งควรทำ

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

การเติมลมยาง

ควรเติมลมยางที่มีแรงดันลมยางอยู่ที่ 30-33 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ถ้าต้องใช้รถไปต่างจังหวัด หรือต้องบรรทุกหนัก วิ่งระยะทางไกลเป็นเวลานานๆ ควรเพิ่มแรงดันล้อหน้าและล้อหลังอย่างละ 1 ปอนด์ เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น และช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการสัมผัสกับพื้นถนนเป็นเวลานานๆ

ที่สำคัญคือ ไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะการขับรถเร็วมากจนเกินไป ยางรถยนต์ จะเกิดการเสียดทาน และความร้อนในยางรถยนต์ ก็จะสูงจึงเป็นผลที่ทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ และอายุการใช้งานของยางรถยนต์ก็สั้นลงตามไปด้วย อีกอย่างคือ หลีกเลี่ยงพื้นถนนที่เป็นทางขรุขระ ถ้าสามารถหลีกเหลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะยิ่งทางขรุขระถนนไม่เรียบก็จะยิ่งทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

แล้วเราจะเติมลมยางธรรมดา หรือ ไนโตรเจน ดีละ?

ลมยางธรรมดา ประกอบไปด้วย ไนโตรเจน 78% และอ็อกซิเจนอีก 21% ส่วนที่เหลือจะเป็นไอน้ำ และก๊าซต่างๆ

ลมยางไนโตรเจน ประกอบไปด้วยไนโตรเจนมากกว่า 93% และจะเป็นไนโตรเจนแบบ Dry Nitrogen ซึ่งจะมีไอน้ำปนอยู่น้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย ทำให้การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้อยมาก เวลารถวิ่งยางรถจะมีความร้อนสูงขึ้น แต่แรงดันภายในยางขณะวิ่งคงที่ ทำให้ล้อระเบิดยากขึ้น และมีการซึมยาก ปัจจุบันได้กลายเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่รักรถและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

เติมลมไนโตรเจน ผสมกับเติมลมยางธรรมดา จะเป็นอะไรไหม ?

สำหรับคนที่เติมลมไนโตรเจนแล้วมาเติมลมยางธรรมดาเข้าไปผสมด้วยกัน ไม่มีปัญหาหรือไม่เกิดผลเสียแน่นอน แค่ทำให้ลมยางไนโตรเจนลดลงไปเท่านั้นเอง

เติมลมยางเท่าไหร่ดี?

รถเก๋งทั่วไป ล้อหน้าและล้อหลังควรมีแรงดันลมยางอยู่ที่ 30-32 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) สำหรับการใช้งานปกติ แต่หากต้องบรรทุกผู้โดยสารเต็มอัตรา 5 ที่นั่ง พร้อมสัมภาระท้ายรถ ควรเพิ่มแรงดันล้อหน้าเป็น 33-35 PSI และล้อหลังควรเพิ่มเป็น 37-39 PSI เพื่อรับกับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นมา 

รถกระบะควรเติมลมยางมากกว่ารถเก๋งปกติ แรงดันอยู่ที่ 36-38 PSI และล้อหลังอยู่ที่ 40-42 PSI หากมีน้ำหนักบรรทุกด้านท้ายควรเพิ่มลมยางล้อหลังขึ้นเป็น 49-51 PSI เพื่อป้องกันรถยางระเบิดหากขับขี่ด้วยความเร็วสูง

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

เติมลมเกินจนแข็ง จะเป็นยังไง?

ตัวยางมีการยืดตัวมากกว่าปกติ ทำให้หน้าผิวสัมผัสน้อยลงไปด้วย ฉะนั้นการยึดเกาะลดลงไปนอกจากนี้การที่ลมยางแข็งแล้ว จะทำให้ระบบกันสะเทือนต้องทำงานหนักจนเกินไป เนื่องจากแรงกระแทกที่เกิดจากล้อรถ ทำให้โช๊คอัพและบูชต่างๆ ต้องทำหน้าที่หนักกว่าเดิม ส่งผลให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด ดอกยางตรงกลางก็สึกหรอมากกว่าแก้มยาง อาจจะทำให้ยางระเบิดได้หากเกิดการกระแทกแรงๆ ผิวสัมผัสน้อยลงจึงทำให้รถอาจวิ่งได้เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่คุ้มเลยกับการยึดเกาะถนนที่น้อยลง นอกจากจะอันตรายแล้ว หน้ายางยังเสียอีกด้วย 

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

เติมลมน้อยจนอ่อน จะเป็นยังไง?

เชื่อว่ามันทำให้รถเกาะถนนดีขึ้นแต่ไม่ดีเลย เพราะที่มันเกาะขึ้นถนนมากขึ้น เพราะหน้ายางย้วยลงมามาก เสี่ยงต่อการระเบิดมาก เนื่องจากยางมีอาการย้วยผิดรูปไปจากเดิม อาจทำให้เกิดการแตกลายงาที่แก้มยางได้ ยิ่งถ้าเจอกับความร้อนอาจทำให้เกิดการฉีกขาดได้ ที่สำคัญที่สุด เปลืองน้ำมัน!! เพื่อนๆ สามารถสังเกตได้จากอาการของรถที่จะเร่งไม่ขึ้น กินน้ำมันมากกว่าปกติ และมีการดื้อโค้ง พวงมาลัยหนักกว่าปกตินั่นเอง ถ้าเจออาการแบบนี้แล้ว รีบเติมลมยางด่วนๆ 

“ลมยาง” เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม │Smile Insure

การตรวจเช็คลมยาง ต้องเช็คบ่อยขนาดไหน?

ควรตรวจเช็ค ทุกๆ 1 เดือน อย่างน้อยๆ สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกลก็ควรตรวจเช็คก่อนออกเดินทางทุกครั้งเพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับยางรถยนต์ตอนเดินทางได้

ลมยางเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติล้วนมาจากการไม่ใส่ใจดูแลของผู้ใช้รถ ถ้ารถเกิดอาการขับขี่แปลกๆ หนักขึ้น กระแทกแรงกว่าปกติ อันดับแรกที่ควรตรวจสอบก็คือ ยางอาจจะมีปัญหาต้องรีบเช็ค เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของคุณเอง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ