บทความ | ประกันรถยนต์

ทำไมประกันรถ EV ถึงแพงกว่ารถน้ำมัน ต้องดูอะไรบ้างก่อนซื้อ

ทำไมประกันรถ EV ถึงแพงกว่ารถน้ำมัน ต้องดูอะไรบ้างก่อนซื้อ
23/06/2026  ประกันรถยนต์

ประกันรถ EV ราคาแพงกว่ารถน้ำมันจริงไหม เพราะอะไร

ประกันรถ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้ามักมีเบี้ยประกันสูงกว่ารถน้ำมันในหลายกรณี โดยเฉพาะประกันชั้น 1 เพราะรถ EV มีชิ้นส่วนราคาสูง เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง และมักต้องซ่อมกับศูนย์หรืออู่เฉพาะทางมากกว่ารถน้ำมันทั่วไป อย่างไรก็ตาม เบี้ยจริงขึ้นอยู่กับรุ่นรถ มูลค่ารถ ทุนประกัน อายุรถ ประวัติผู้ขับขี่(หากมีการระบุผู้ขับขี่) และเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน

ในบริบทของกรมธรรม์มาตรฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทาง คปภ. ได้ออกข้อกำหนดที่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV (Battery Electric Vehicle) เป็นหลัก และมีผลสำหรับสัญญาประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป โดยเป็นกรมธรรม์เฉพาะสำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เท่านั้น (OIC Service)



ทำไมประกันรถ EV ถึงมักแพงกว่ารถน้ำมัน 

1. แบตเตอรี่รถ EV มีมูลค่าสูง

แบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่มีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับมูลค่ารถทั้งคัน หากเกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ น้ำท่วม หรือไฟไหม้ ค่าสินไหมอาจสูงกว่ารถน้ำมันทั่วไปมาก บริษัทประกันจึงต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ในกรมธรรม์รถยนต์ไฟฟ้า มีการกำหนดอัตราความคุ้มครองแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน เช่น แบตเตอรี่ใช้งานไม่เกิน 1 ปี คุ้มครอง 100%, เกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 2 ปี คุ้มครอง 90%, เกิน 2 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี คุ้มครอง 80% และลดลงตามอายุแบตเตอรี่ (Viriyah Insurance)

2. ระบบซ่อมรถ EV ซับซ้อนกว่ารถน้ำมัน 

รถ EV มีระบบไฟฟ้าแรงดันสูง มอเตอร์ไฟฟ้า อินเวอร์เตอร์ ระบบควบคุมแบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์หลายส่วน การซ่อมจึงต้องใช้ช่างที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง รวมถึงเครื่องมือเฉพาะของแต่ละแบรนด์

ต่างจากรถน้ำมันที่มีอู่ทั่วไปจำนวนมาก รถ EV หลายรุ่นยังต้องซ่อมศูนย์หรืออู่ที่ได้รับการรับรอง ทำให้ต้นทุนซ่อมสูงกว่าในบางกรณี

3. ค่าอะไหล่บางชิ้นสูงและรอนาน

อะไหล่รถ EV บางรุ่นอาจต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือมีจำนวนจำกัดในตลาดไทย หากเกิดอุบัติเหตุหนัก ระยะเวลารออะไหล่และค่าซ่อมอาจสูงกว่ารถน้ำมันรุ่นยอดนิยมที่มีอะไหล่แพร่หลาย

4. ความเสี่ยงจากน้ำท่วมและระบบไฟฟ้า 

รถ EV ไม่ได้ “กลัวน้ำ” แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมสูงจนกระทบแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ความเสียหายอาจมีมูลค่าสูงมาก ผู้ซื้อประกันจึงควรดูเงื่อนไขน้ำท่วมและแบตเตอรี่ให้ละเอียด ไม่ควรดูแค่คำว่า “ชั้น 1” อย่างเดียว

5. ข้อมูลสถิติความเสี่ยงยังน้อยกว่ารถน้ำมัน

รถน้ำมันมีข้อมูลการเคลมสะสมมานานหลายสิบปี บริษัทประกันสามารถประเมินความเสี่ยงได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่รถ EV ยังเป็นตลาดใหม่ โดยเฉพาะในไทย ทำให้การคำนวณราคาเบี้ยประกันภัยในบางรุ่นอาจต้องมีการเผื่อมูลค่าความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงเอาไว้มากกว่าปกติ

อ่านเพิ่มเติม : Tesla Model 3 และ Model Y เลือกประกัน EV อย่างไรให้คุ้มที่สุด


ตารางเปรียบเทียบ ประกันรถ EV vs รถน้ำมัน

ประเด็นเปรียบเทียบรถ EVรถน้ำมัน
ค่าเบี้ยประกัน
มักมีค่าเบี้ยสูงในหลายรุ่น  โดยเฉพาะชั้น 1
โดยเฉลี่ยมีตัวเลือกเบี้ยหลากหลายกว่า
ชิ้นส่วนราคาแพง
แบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง
เครื่องยนต์ เกียร์ ระบบเชื้อเพลิง
อู่ซ่อม
มักต้องใช้ศูนย์หรืออู่เฉพาะทาง
มีอู่ทั่วไปและอู่คู่สัญญามากกว่า
ความเสี่ยงเฉพาะ
แบตเตอรี่ น้ำท่วม ระบบชาร์จ ไฟฟ้าแรงดันสูง
เครื่องยนต์ ระบบน้ำมัน ความร้อน
การประเมินค่าสินไหม
ซับซ้อนกว่าในบางเคส
มีมาตรฐานชัดเจนกว่า
สิ่งที่ต้องดูเป็นพิเศษ
เงื่อนไขแบตเตอรี่และระบบชาร์จ
ทุนประกัน อู่ซ่อม และอะไหล่


ประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันทุกกรณีไหม

ไม่เสมอไป ประกันรถ EV บางรุ่นอาจไม่ได้แพงกว่ารถน้ำมันมากนัก ถ้าราคารถยนต์ตอนซื้อขายใกล้เคียงกัน, ผู้ขับขี่มีประวัติการขับขี่ที่ดีไม่มีการเคลม, มีการเลือกวงเงินทุนประกันภัยที่เหมาะสม หรือเลือกรับสิทธิ์โปรโมชันพิเศษจากบริษัทประกันภัยคู่สัญญา

ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยถูกหรือแพง ได้แก่

  • รุ่นรถและราคาตลาดของรถ

  • ทุนประกันที่เลือก

  • อายุรถและอายุแบตเตอรี่

  • ประวัติการเคลม

  • ตามลักษณะการใช้งานรถ

  • การระบุชื่อผู้ขับขี่ (กรณีระบุผู้ขับขี่)

  • ประเภทการซ่อม เช่น ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

  • เงื่อนไขคุ้มครองแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จ

อ่านเพิ่มเติม : ต่อประกันรถ EV ต้องเช็คอะไรบ้างก่อนจ่ายเงิน? Checklist สำหรับเจ้าของรถไฟฟ้า 

ต้องดูอะไรบ้างก่อนซื้อประกันรถ EV

Checklist ก่อนเลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้า 

  1. กรมธรรม์คุ้มครองแบตเตอรี่ในกรณีไหนบ้าง?

  2. คุ้มครองแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งานหรือไม่? บางบริษัทประกันคุ้มครอง 100% ใน 5 ปีแรก 

  3. น้ำท่วมแบตเตอรี่เคลมได้หรือไม่

  4. ไฟไหม้จากระบบไฟฟ้าคุ้มครองหรือไม่

  5. Home Charger หรือสายชาร์จคุ้มครองหรือไม่

  6. ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

  7. มีศูนย์ซ่อม EV ใกล้พื้นที่ใช้งานหรือไม่

  8. ทุนประกันเหมาะกับราคารถปัจจุบันหรือไม่

  9. มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่

  10. เงื่อนไขการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งชุดเป็นอย่างไร


ตัวอย่างสถานการณ์จริง

เคสที่ 1: รถ EV ใหม่ อายุ 1 ปี

เจ้าของรถควรเน้นประกันชั้น 1 ที่คุ้มครองแบตเตอรี่ชัดเจน เพราะมูลค่ารถและแบตเตอรี่ยังสูง หากเกิดอุบัติเหตุหนักหรือเสียหายจากน้ำท่วม ค่าใช้จ่ายอาจสูงมาก

เคสที่ 2: รถ EV อายุ 3–5 ปี

ควรดูอัตราชดเชยแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งานให้ละเอียด เพราะวงเงินคุ้มครองแบตเตอรี่อาจลดลงตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น อายุแบตเตอรี่เกิน 4 ปีแต่ไม่เกิน 5 ปี อาจคุ้มครอง 60% ตามเกณฑ์ที่บริษัทประกันใช้ในกรมธรรม์ EV (Viriyah Insurance)

เคสที่ 3: ใช้รถในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ควรให้ความสำคัญกับเงื่อนไขน้ำท่วมมากเป็นพิเศษ เพราะความเสียหายของแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าอาจมีมูลค่าสูงกว่าความเสียหายภายนอกตัวรถ



ข้อผิดพลาดที่คนมักเข้าใจผิด

เข้าใจผิดว่า “ชั้น 1 คุ้มครองทุกอย่าง” 

ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกว้างที่สุดในกลุ่มประกันรถยนต์ แต่ไม่ได้แปลว่าคุ้มครองทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะรถ EV ต้องอ่านเงื่อนไขแบตเตอรี่ ระบบชาร์จ การใช้งานผิดประเภท และข้อยกเว้นเฉพาะของแต่ละบริษัท

เลือกจากเบี้ยถูกที่สุดอย่างเดียว

เบี้ยถูกอาจดูประหยัดในตอนซื้อ แต่ถ้าเงื่อนไขแบตเตอรี่ไม่ชัด ทุนประกันต่ำ หรือไม่มีศูนย์ซ่อมที่สะดวก อาจไม่คุ้มเมื่อต้องเคลมจริง

ไม่เช็คทุนประกันให้สัมพันธ์กับราคารถ

รถ EV บางรุ่นราคาตลาดปรับเร็ว เปรียบเทียบทุนประกันแต่ละบริษัท เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่พอดีกับความเสี่ยงจริง 

อ่านเพิ่มเติม : ประกันรถ EV คืออะไร ต่างจากประกันรถยนต์ทั่วไปอย่างไร?

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันรถ EV

ประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันกี่เปอร์เซ็นต์

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ทุนประกัน บริษัทประกัน และประวัติผู้ขับขี่ บางรุ่นอาจแพงกว่าเล็กน้อย แต่บางรุ่นที่แบตเตอรี่หรืออะไหล่มีราคาสูง อาจมีเบี้ยสูงกว่าชัดเจน

ประกันรถ EV คุ้มครองแบตเตอรี่ไหม

คุ้มครอง แต่ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์ โดยทั่วไปความคุ้มครองแบตเตอรี่อาจคิดตามอายุการใช้งาน เช่น ใช้งานไม่เกิน 1 ปีคุ้มครองเต็ม 100% และลดลงตามอายุแบตเตอรี่ (Viriyah Insurance)

รถ EV น้ำท่วมเคลมได้ไหม

มีโอกาสเคลมได้ถ้ากรมธรรม์มีความคุ้มครองน้ำท่วมและความเสียหายนั้นเข้าเงื่อนไข แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดในกรมธรรม์ เช่น ระดับน้ำ สาเหตุความเสียหาย และข้อยกเว้นของบริษัทประกัน

Home Charger คุ้มครองในประกันรถ EV ไหม

ไม่ควรสรุปว่าได้รับความคุ้มครองเสมอ ต้องตรวจสอบว่าแผนประกันนั้นคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จ สายชาร์จ หรือ Home Charger หรือไม่ เพราะบางกรณีอาจไม่รวมอยู่ในความคุ้มครองหลัก

รถ EV ควรเลือกซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

ถ้าเป็นรถใหม่หรือรถที่ระบบซ่อมยังเฉพาะทางมาก การเลือกซ่อมศูนย์อาจเหมาะกว่า เพราะมีเครื่องมือและช่างเฉพาะรุ่น แต่เบี้ยอาจสูงกว่าซ่อมอู่

ทำอย่างไรให้ประกันรถ EV ถูกลง

ลองเปรียบเทียบหลายบริษัท เลือกทุนประกันให้เหมาะสม ระบุชื่อผู้ขับขี่ เลือกค่าเสียหายส่วนแรกถ้ารับความเสี่ยงได้ และรักษาประวัติการขับขี่ไม่ให้มีเคลมบ่อย



สรุป ประกันรถ EV แพงกว่ารถน้ำมันจริงไหม

โดยรวมแล้ว ประกันรถ EV มีแนวโน้มแพงกว่ารถน้ำมันในหลายกรณี โดยเฉพาะประกันชั้น 1 เพราะมีความเสี่ยงเฉพาะด้านแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ค่าอะไหล่ และค่าซ่อมที่ซับซ้อนกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่ารถ EV ทุกคันจะต้องจ่ายแพงเสมอไป ทางเลือกที่คุ้มที่สุดคือเปรียบเทียบหลายบริษัท โดยดูทั้งเบี้ยประกัน ทุนประกัน เงื่อนไขแบตเตอรี่ น้ำท่วม ไฟไหม้ อุปกรณ์ชาร์จ และศูนย์ซ่อม ไม่ควรเลือกจากราคาอย่างเดียว

อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ