บทความ | ประกันรถยนต์

รถ EV ราคาตกจริงไหม กระทบทุนประกันและเบี้ยประกันอย่างไร?

รถ EV ราคาตกจริงไหม กระทบทุนประกันและเบี้ยประกันอย่างไร?
24/08/2026  ประกันรถยนต์

ในปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) หลายรุ่นในประเทศไทยมีมูลค่าขายต่อปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด  โดยมีสาเหตุมาจากการแข่งขันด้านราคารถใหม่ การแข่งขันที่สูงขึ้นของแบรนด์รถ EV และการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่โตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากราคาขายต่อที่ลดลงไม่ได้ส่งผลให้ เบี้ยประกันภัยปรับลดลงเสมอไป เนื่องจากบริษัทประกันภัย ยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบ ได้แก่ ทุนประกันภัย, ค่าอะไหล่, ค่าแรงศูนย์ซ่อม, ความคุ้มครองแบตเตอรี่แรงดันสูง และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัทประกันภัย

ข้อมูลน่ารู้: จากรายงานของ  Krungsri Research ระบุว่ามูลค่าขายต่อของรถ EV มือสองในไทยลดลงเร็วกว่าค่าเฉลี่่ยโลก เพราะตลาดยังอยู่ในช่วงเปลี่่ยนผ่าน มีการแข่งขันราคารถใหม่ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่่พัฒนาเร็ว 


ทำไมรถ EV ถึงราคาตกเร็วกว่าที่หลายคนคาด?

1. รถใหม่ลดราคาแรง ส่งผลต่อรถมือสอง

เมื่อราคารถ EV มือหนึ่งปรับลดลง รถมือสองรุ่นเดียวกันหรือรุ่นใกล้เคียงจะถูกนำมาเปรียบเทียบทันที เช่น ถ้ารถใหม่ลดจาก 1 ล้านบาทเหลือ 7 แสนบาท รถมือสองที่เคยตั้งขาย 7–8 แสนบาทก็ต้องปรับลงตามตลาด

(ข้อมูลเปรียบเทียบราคาประกาศขายรถ EV มือสองจาก One2car พบว่าหลายรุ่นมีราคาเฉลี่ยปรับลดลง เช่น BYD Atto 3, BYD Dolphin, NETA V, Tesla Model 3 และ ORA Good Cat ซึ่งเป็นการประเมินจากราคาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์ม) 

2. เทคโนโลยี EV พัฒนาอย่างรวดเร็ว

รถ EV รุ่นใหม่มักได้รับการพัฒนาระยะทางต่อชาร์จมากขึ้น แบตเตอรี่ดีขึ้น ซอฟต์แวร์ใหม่ขึ้น และราคาต่อสเปกคุ้มขึ้น ทำให้รถรุ่นเก่าถูกปรับมูลค่าเร็วกว่าในบางช่วงตลาด

ข้อมูลน่ารู้: จากรายงานของ Krungsri Research ระบุว่าการพัฒนาเทคโนโลยีและการแข่งขันด้านราคาของรถ EV ใหม่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดมูลค่ารถ EV มือสอง

3. ตลาด EV มือสองในไทยยังใหม่

ตลาดรถ EV มือสองในประเทศไทยยังเล็กมีขนาดจำกัดเมื่อเทียบกับรถสันดาป ผู้ซื้อบางกลุ่มยังกังวลเรื่องแบตเตอรี่ ศูนย์บริการ อะไหล่ และการรับประกัน ส่งผลราคาขายต่อผันผวนกว่ารถที่มีตลาดรองรับอย่างชัดเจน

ข้อมูลน่ารู้: จากรายงานของ Krungsri Research คาดว่ารถ EV มือสองในไทยจะทยอยเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2025–2027 โดยรถจำนวนมากจะเป็นรถอายุประมาณ 4–5 ปีจากช่วงมาตรการ EV 3.0 


รถ EV ราคาตก กระทบประกันอย่างไร?

1. ส่งผลกระทบต่อ "ทุนประกันภัย" โดยตรง 

ทุนประกันภัย (Sum Insured) คือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยจะชดใช้กรณีรถเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เมื่อราคาตลาดของรถลดลง ทุนประกันในปีต่ออายุถัดไปก็มักลดลงตาม

ข้อควรระวัง: ผู้เอาประกันภัยไม่ควรกำหนดทุนประกันภัยโดยยึดจาก "ราคาที่เคยซื้อมา" แต่ควรพิจารณาจาก ราคากลาง ณ ปัจจุบัน ของรถรุ่นและปีนั้น ๆ ร่วมกับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย 

2. เบี้ยประกันภัยอาจไม่ได้ลดลงตามมูลค่ารถเสมอไป 

หลายคนเข้าใจว่า เมื่อมูลค่าลดลง เบี้ยประกันจะลดลงตาม แต่ในความเป็นจริงแล้วเบี้ยประกันไม่ได้คิดจากมูลค่ารถอย่างเดียว ยังมีปัจจัยอื่น เช่น

  • ค่าอะไหล่และค่าซ่อม EV

  • ต้นเหตุและความเสี่ยงของแบตเตอรี่แรงดันสูง

  • ความพร้อมและค่าแรงของศูนย์ซ่อมที่รองรับ EV

  • ประวัติการเคลม

  • อายุรถและรุ่นรถ และ ลักษณะการใช้รถ

  • ข้อมูลของผู้ขับขี่่ที่ระบุชื่่อ

  • ขอบเขตความคุ้มครองแบตเตอรี่เสริม เช่น Home Charger หรือ Battery Replacement

คำสั่งนายทะเบียนของ คปภ. สำหรับกรมธรรม์รถยนต์ไฟฟ้า BEV มีผลใช้กับการทำสัญญาประกันภัยตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568  และกำหนดให้บริษัทใช้แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามแนบท้ายคำสั่ง

3. อาจเพิ่มโอกาสที่รถจะเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)

ตามเงื่อนไขกรมธรรม์  รถยนต์จะถือว่าเสียหายสิ้นเชิงเมื่อได้รับความเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ หรือเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถขณะเกิดเหตุตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์  จะถือเป็นรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง และบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ 

เมื่อราคาตลาดของรถ EV ลดลง "มูลค่ารถขณะเกิดเหตุ" จะลดลงตาม ทำให้โอกาสที่ค่าซ่อมจะสูงเกิน 70% ของมูลค่ารถเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

4. การชดใช้ค่าเสียหายของแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน

แบตเตอรี่ถือเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงสุดในรถ EV ตามหลักเกณฑ์และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของ คปภ. กรณีที่ต้อง เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ยกชุด จากอุบัติเหตุ อัตราการชดใช้ค่าสินไหมจะคิดคำนวณตามอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ดังนี้:

  • อายุไม่เกิน 1 ปี: ชดใช้ 100%
  • อายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี: ชดใช้ 90%
  • อายุเกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี: ชดใช้ 80%
  • อายุเกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี: ชดใช้ 70%
  • อายุเกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี: ชดใช้ 60%
  • อายุเกิน 5 ปีขึ้นไป: ชดใช้ 50%

ตารางเปรียบเทียบ รถ EV ราคาตก กระทบอะไรบ้าง?


เรื่องที่กระทบ
ผลที่่อาจเกิดขึ้น
สิ่งที่ควรทำ
ราคาขายต่อ
มูลค่ารถอาจลดลงรวดเร็วกว่ารถยนต์น้ำมัน
ตรวจสอบราคาตลาดก่อนตัดสินใจซื้อ-ขาย
ทุนประกัน
ทุนประกันภัยในปีต่ออายุปรับลดลง
เปรียบเทียบทุนประกันภัยจากหลายบริษัท
เบี้ยประกัน
เบี้ยประกันอาจลดลงไม่มาก เนื่องจากค่าซ่อมยังสูง
พิจารณาความคุ้มครองรวม ไม่ดูเฉพาะเบี้ยประกันที่ถูกที่สุด
เคลมหนัก
รถอาจเข้าเงื่อนไขเสียหายสิ้นเชิงง่ายขึ้น
กำหนดทุนประกันภัยให้สอดคล้องกับมูลค่ารถ
แบตเตอรี่
ค่าสินไหมอาจลดลงตามอายุแบตและเงื่อนไขกรมธรรม์
ตรวจสอบเงื่อนไขการชดใช้ค่าสินไหมแบตเตอรี่ก่อนทำประกัน
รถผ่อน
ค่าสินไหมอาจไม่พอต่อการปิดยอดสินเชื่อ
ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือเทียบกับทุนประกันภัยเสมอ


สิ่งที่เจ้าของรถ EV ควรเช็คก่อนต่อประกันภัย 

Checklist ก่อนต่อประกัน EV

  1. เช็คราคาตลาดรถรุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน ไมล์ใกล้เคียงกัน

  2. เปรียบเทียบทุนประกันจากหลายบริษัท ไม่ดูแค่เบี้ยถูกสุด

  3. เช็คว่าคุ้มครองแบตเตอรี่กรณีใดบ้าง

  4. เช็คตารางชดใช้แบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน

  5. เช็คเงื่อนไขการซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่ในเครือ

  6. เช็คว่ามีศูนย์ซ่อม EV ใกล้พื้นที่ใช้งานหรือไม่

  7. เช็ค Home Charger และสายชาร์จว่าคุ้มครองหรือไม่

  8. เช็คบริการสำหรับรถยก EV 24 ชั่วโมง

  9. ตรวจสอบค่าเสียหายส่วนแรกค่า Excess / Deductible

  10. หากรถยังผ่อนอยู่ ควรเปรียบเทียบทุนประกันกับยอดหนี้คงเหลือ


ตัวอย่างสถานการณ์จริง

ตัวอย่างที่ 1: ซื้อรถ EV ราคา 1,000,000 บาท ผ่านไป 1 ปี ราคาตลาดลดเหลือ 700,000 บาท

ผู้เอาประกันภัยอาจคาดหวังทุนประกันภัยใกล้เคียง 1,000,000 บาท แต่บริษัทประกันภัยจะพิจารณาจากมูลค่ารถ ณ ปัจจุบันเป็นหลัก ทำให้ทุนประกันภัยต่ออายุอาจลดลงเหลือประมาณ 70–80% ของราคาตลาดปัจจุบัน (ประมาณ 560,000 – 600,000 บาท)

  • คำแนะนำ: ควรเปรียบเทียบข้อเสนออย่างน้อย 3 บริษัท เพื่อดูว่าบริษัทใดให้ทุนประกันภัยและเงื่อนไขความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด

ตัวอย่างที่ 2: รถ EV อายุ 3 ปี เกิดอุบัติเหตุหนักจนต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ยกชุด 

หากเข้าเงื่อนไขต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ยกชุด ตามประกาศ คปภ. อัตราการชดใช้สำหรับรถอายุเกิน 2 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี จะอยู่ที่ 80% ของมูลค่าแบตเตอรี่ ส่วนอีก 20% ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นผู้รับผิดชอบร่วม (Co-payment)

  • คำแนะนำ: สอบถามเงื่อนไขการเคลมแบตเตอรี่และสัดส่วนการรับผิดชอบให้ชัดเจนก่อนตกลงทำสัญญา


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถ EV

เข้าใจผิดที่ 1: รถ EV ราคาตก เบี้ยประกันภัยต้องปรับลดลงทันที 

ไม่จำเป็น เพราะเบี้ยประกันคำนวณจากค่าซ่อม อะไหล่ ความเสี่ยงแบตเตอรี่ ประวัติเคลม และเงื่อนไขของบริษัทประกัน

เข้าใจผิดที่ 2: ทุนประกันควรเท่ากับราคาที่ซื้อรถมา

ไม่เสมอไป เพราะทุนประกันมักพิจารณาจากมูลค่าเสื่อมราคาของรถในปัจจุบัน  เพื่อไม่ให้เกินมูลค่าจริงของสินทรัพย์ 

เข้าใจผิดที่ 3: ประกัน EV ทุกแผนให้ความคุ้มครองแบตเตอรี่ 100% เท่ากัน 

ความจริง คือเงื่อนไขการชดใช้แบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของรถตามเกณฑ์ คปภ. หรือสัญญาแนบท้ายของแต่ละบริษัท 

เข้าใจผิดที่ 4: ซื้อ EV มือสองราคาถูกแล้วไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม 

ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาเรื่องสุขภาพแบตเตอรี่ (SOH), สิทธิ์การรับประกันที่เหลือจากผู้ผลิต (Warranty), ประวัติการเกิดอุบัติเหตุ และเบี้ยประกันภัยปีถัดไปด้วย


FAQ คำถามที่พบบ่อย

รถ EV ราคาตกจริงไหม?

ปรับลดลงจริงในหลายรุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับแบรนด์ ระยะทางการใช้งาน สภาพรถ และความต้องการของตลาดมือสองด้วย 

รถ EV ราคาตกแล้วประกันจะถูกลงไหม?

เบี้ยประกันภัยอาจปรับลดลงเพียงเล็กน้อยตามทุนประกันภัยที่ลดลง แต่จะไม่ลดลงมากนัก เนื่องจากต้นทุนการซ่อมแซมและค่าอะไหล่ของ EV ยังอยู่ในระดับสูง 

หากรถเกิดอุบัติเหตุจนไฟไหม้หรือสูญหาย จะได้รับเงินชดเชยเท่าไร? 

บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มตาม จำนวนเงินเอาประกันภัย (ทุนประกันภัย) ที่ระบุไว้ในหน้าตารางกรมธรรม์ ณ ปีนั้น ๆ 

ถ้ารถ EV ยังผ่อนอยู่ ควรเลือกทุนประกันอย่างไร?

ควรเลือกทุนประกันภัยที่ไม่ต่ำกว่า ยอดหนี้ไฟแนนซ์คงเหลือ เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีรถเสียหายสิ้นเชิงแล้วเงินชดเชยไม่เพียงพอต่อการปิดบัญชี 

แบตเตอรี่ EV คุ้มครอง 100% ทุกกรณีไหม?

ไม่ใช่ทุกกรณี และไม่ใช่ทุกอายุรถ โดยกรณีเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งชุดจะมีตารางชดใช้ตามอายุแบตเตอรี่ เช่น 100%, 90%, 80%, 70%, 60% และ 50% ตามช่วงอายุแบตเตอรี่ 

ซื้อ EV มือสองดีไหม ถ้าราคาตกมาก?

ดีได้ถ้าราคาคุ้ม แต่ต้องเช็คแบตเตอรี่ Warranty, SOH, ประวัติซ่อม, ประวัติเคลม, ศูนย์บริการ และค่าเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจ

แม้ว่าราคาขายต่อของรถ EV จะมีการปรับตัวลดลงตามกลไกตลาด แต่ปัจจัยในการพิจารณาประกันภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาตัวรถเพียงอย่างเดียว


สำหรับเจ้าของรถ EV การต่อประกันภัยในแต่ละปีควรให้ความสำคัญกับ การประเมินทุนประกันภัยให้เหมาะสม, การตรวจสอบเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่, และการเปรียบเทียบความคุ้มค่าจากหลายบริษัท เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด 

อ่านเพิ่มเติม

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ